ADVANC หุ้น Defensive ที่แข็งแกร่ง มาพร้อมกับโอกาสการเติบโตรอบใหม่
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ถือเป็นอีกหนึ่งหุ้น Defensive ที่สามารถเป็นหลุมหลบภัยได้ขนานแท้ เพราะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงไปเกือบ 90 จุด แต่ราคาหุ้นของ ADVANC กลับปรับตัวลดลงแค่เพียง 3.82%
ทั้งนี้อะไรคือจุดที่ทำให้ ADVANC แข็งแกร่งได้แบบนี้ และแนวโน้มธุรกิจของ ADVANC ในอนาคตจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
โดย ADVANC ถือเป็นเพียงไม่กี่บริษัทใหญ่ในตลาดหุ้นไทยที่ราคาปรับตัวลดลงเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นเมื่อเทียบกับกลุ่มหุ้นหลายๆบริษัท จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยย้อนหลังในรอบ 3 วันทำการ (10,13 และ 14 มี.ค.66) ปรับตัวลดลงไปกว่า 90 จุด ต้องยอมรับเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
แต่สำหรับ ADVANC ในฐานะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหุ้น Defensive ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าราคาหุ้นมีความแข็งแกร่งแค่ไหน โดยหากย้อนดูราคาหุ้นตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.66 ราคาหุ้นปิดตลาดบวกไป 0.97% สวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลง 14 จุด
ส่วนวันที่ 13 มี.ค.66 ราคาหุ้น ADVANC ปิดตลาดติดลบไปที่ 3.35% สอดคล้องไปกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปิดตลาดติดลบไปกว่า 26 จุด แต่ล่าสุดในวันที่ 14 มี.ค.66 ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดติดลบไปกว่า 49 จุด แต่ราคาหุ้น ADVANC กลับปิดตลาดปรับตัวลดลงไปแค่เพียง 0.50%
นอกจากความแข็งแกร่งของราคาหุ้นแล้ว ADVANC ยังมีความแข็งแกร่งในด้านของการดำเนินธุรกิจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ใช้บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่กว่า 46 ล้านเลขหมาย ประกอบกับมีจำนวนลูกค้าเอไอเอสไฟเบอร์อีกว่า 2.2 ล้านราย และการมุ่งเน้นยกระดับขยายลูกค้าในกลุ่ม 5G ซึ่งจะช่วยทำให้ภาพรวมธุรกิจยังคงเติบโต
โดยแผนธุรกิจในปี 2566 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของเอไอเอสสู่ Cognitive Tech-Co ที่มุ่งปรับเปลี่ยนและพลิกโฉมทุกการดำเนินงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแก่ลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้จากการให้บริการหลักให้เติบโตในอัตรา 3-5% ด้วยการขับเคลื่อนผ่านธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านและธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร
ในขณะที่การปรับลดต้นทุนให้เหมาะสมจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ EBITDA เติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับกลาง ส่วนงบการลงทุน (CAPEX) คาดการณ์ที่ประมาณ 2.7-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งทาง ADVANC เตรียมไว้สำหรับการสร้างโอกาสในการเติบโตในธุรกิจหลัก และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านโครงข่าย
สำหรับในมุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อ ADVANC ตัวอย่างเช่น บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองในด้านปัจจัยพื้นฐานว่า ยังคงกำไรปกติปี 66 บนธุรกิจเดิมจะฟื้นตัว 9% เป็น 2.88 หมื่นล้านบาท จากที่ลดลง 5% ในปี 65ตามแนวโน้มการแข่งขันด้านราคาที่จะค่อยๆ ลดลง
ดังนั้นจึงคาดรายได้กลุ่มบริการมือถือปี 66 จะโตอีกครั้งในระดับที่ 4% จากเดิมที่ลดลง 0.4% ในปี 65 ขณะที่ผลบวกจากการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นผสานกับผลบวกจากค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 3G ที่จะลดลง ส่งให้คงคาดอัตราทำกำไรจะค่อยๆดีขึ้น
นอกจากนี้ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อความคืบหน้าโครงการลงทุนคลื่น 700 MHz ของ NT โดยคาดจะพัฒนาการเกี่ยวกับการร่วมกันเป็นพันธมิตรให้บริการคลื่น 5G-700MHz ระหว่าง NT และ ADVANC มากขึ้นด้วย จากที่ก่อนหน้านี้ ทาง บอร์ด NT มีมติเลือก ADVANC เป็นพันธมิตรทางธุรกิจตั้งแต่กลางปี 65 โดยตามข่าวจะแบ่งคลื่น 700 MHz ครึ่งนึงหรือราว 5MHz ให้กับ ADVANC ในขณะที่ส่วนที่เหลือ ทาง NT จะทำการตลาดเองหรือหาผู้ให้บริการรายอื่นเช่าใช้ต่อไป
ทั้งนี้ คาดจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ 5G ของ ADVANC มีมากขึ้น ประกอบกับใช้ทรัพยากรโทรคมนาคมที่มีอยู่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการให้ NT บางส่วน ในขณะที่ฝั่ง NT จะได้ประโยชน์แง่การลงทุนผ่านการใช้ทรัพย์สินและคลื่น 5G อื่นๆของ ADVANC
ดังนั้นจึงคงแนะนำ “ซื้อ” และเลือกเป็นหุ้นเด่น ด้วยราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 252 บาท เนื่องจากในระยะยาวมองว่าจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันราคาของกลุ่มนี้ที่จะสมเหตุสมผลขึ้น ประกอบกับคาดเห็นผลประโยชน์จาก New S-curve มากขึ้นทั้งธุรกิจบรอดแบรนด์ , ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร
นอกจากนั้น โอกาสเกิดอัพไซด์สูงหากมีการตัดสินใจทำ Asset monetization จากโครงข่ายเสาและสายสัญญาณที่เป็นเจ้าของอยู่ ในขณะเดียวกัน อีกทั้ง ADVANC ก็ยังคงให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอ 3-4% ต่อปี

