OR พ้นจุดต่ำสุด! ลั่นปี 66 ฟอร์มสวย! อัดงบ 5 ปี 1.1 แสนลบ. เน้น “ธุรกิจไลฟ์สไตล์” เพราะให้อิบิทด้าสูง
OR คาดผลประกอบการปี 2566 เติบโตดีกว่าปีก่อน ชี้ไตรมาส 4/65 เป็นจุดต่ำสุด ประเมินภาวะเศรษฐกิจฟื้น หนุนปริมาณขายน้ำมันฟื้น ยอดขายธุรกิจ Lifestyle โต พร้อมทุ่มงบลงทุน 31,000 ล้านบาท ขยายสาขา PTT Station จำนวน 122 สาขา Café Amazon จำนวน 400 สาขา และ EV Station จำนวน 500 จุด
นางสาวปิติรัตน์ รัตนโชติ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการในปี 2566 มีแนวโน้มจะเติบโตจากปีก่อน หลังผ่านจุดต่ำสุดในในไตรมาส 4/65 ซึ่งการเติบโตจะมาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวราว 2.7-3.7% และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนปริมาณการขายน้ำมันให้สูงขึ้นเป็นผลดีต่อธุรกิจ Mobility และเป็นผลบวกต่อยอดขายในกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ด้วย
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 1/66 คาดว่าจะเติบโตกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยอัตรากำไรขั้นต้นกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ระดับ 0.70 -1.30 บาทต่อลิตร ขณะเดียวกันปริมาณการขายน้ำมันก็มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับแผนการลงทุน 5 ปีข้างหน้า (2566-2570) บริษัทวางงบลงทุนรวมไว้ 110,000 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนไปที่ธุรกิจ Lifestyle เป็นหลัก เพราะเป็นธุรกิจที่ให้ EBITDA ค่อนข้างสูง ควบคู่ไปกับการลงทุนในธุรกิจ Mobility เพื่อคงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำมันต่อเนื่อง
โดยปี 2566 บริษัทวางงบลงทุนไว้ราว 31,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจ Lifestyle งบลงทุน 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในการขยายสาขาร้าน Café Amazon จำนวน 400 สาขา และร้าน Texas Chicken จำนวน 12 สาขา ประมาณ 7,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 7,000 ล้านบาท จะใช้เพื่อแสวงหาพันธมิตรและการลงทุน M&A ใหม่ๆ
2.ธุรกิจ Mobility งบลงทุน 6,800 ล้านบาท บริษัทจะใช้ในการขยายสาขา PTT Station จำนวน 122 สาขา และ EV Station PluZ จำนวน 500 จุด รวมถึงการลงทุนในโครงการด้านพลังงานอื่นๆ, 3. ธุรกิจ Innovation งบลงทุน 5,200 ล้านบาท ซึ่งบรัทจะใช้งบลงทุนราว 4,000 ล้านบาท เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่สนับสนุนการเติบโตให้กับธุรกิจ ส่วนที่เหลือราว 1,200 ล้านบาท จะใช้เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม
และ 4. ธุรกิจ Global บริษัทวางงบลงทุนไว้ 5,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขา ร้าน Café Amazon จำนวน 122 สาขา และร้าน Texas Chicken จำนวน 18 สาขา ในกลุ่มประเทศที่บริษัทมีการดำเนินงานอยู่แล้ว รวมถึงแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศใหม่ที่มีศักยภาพ
ด้านแนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบในปีนี้ ทางกลุ่มปตท. ประเมินว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-87 เหรียญต่อบาร์เรล กลับมาอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่ได้อยู่ในระดับสูงเหมือนครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่าค่าเงินบาทอาจกลับมาแข็งค่า จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่า และความกังวลเรื่องวิกฤติสถาบันการเงิน อาจทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่
