เมื่อ “มิสยูนิเวิร์ส” จะเป็น “New S Curve” สร้างการเติบโตให้กับ JKN ในอนาคต
ภายหลังการคว้าธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาล หรือ Miss Universe Organization (MUO) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่มีมายาวนานกว่า 71 ปี และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วโลกที่ติดตามการจัดประกวดนางงามจักรวาลมากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก ทำให้ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ถูกจับตามองว่าหลังจากนี้จะมีทิศทางธุรกิจอย่างไร จะนำธุรกิจ MUO มาต่อยอดและสร้างการเติบโตให้บริษัทได้มากแค่ไหน
โดยก่อนจะไปดูแผนการดำเนินงานในปี 2566 ทีม Wealthy Thai ขอพานักลงทุนมาย้อนดูผลประกอบการปี 2565 อีกครั้ง โดยบริษัทมีกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 583.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 409.72 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 236.04% จากปีก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักมาจากรายได้จากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์และรายได้จากการขายจากธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการรับรู้รายได้และกำไรพิเศษทางบัญชีจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิจากการเข้าซื้อธุรกิจ MUO ภายหลังเข้าซื้อกิจการในเดือนต.ค. 2565 เป็นจำนวน 441.10 ล้านบาท ด้วย อย่างไรก็ตาม หากไม่นับรวมการบันทึกมูลค่ายุติธรรมดังกล่าวบริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 142 ล้านบาท
แม้กำไรสุทธิในปีที่ผ่านมาของบริษัทจะปรับตัวลดลงจากปี 2564 หากตัดกำไรพิเศษจากการเข้าธุรกิจ MUO ออกไป แต่ผู้บริหารมีมุมมองว่าธุรกิจ MUO จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต โดยนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ JKN เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวม 3,800 ล้านบาท หรือเติบโต 80% จากปีก่อน
โดยกลุ่มธุรกิจ MUO จะเป็น New S Curve เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขององค์กรไปสู่ Global Content Commerce Company หลังเริ่มรับรู้รายได้จากโครงสร้าง 9 ด้านและแผนสร้างรายได้ Licensing & Merchandising Fee หรือการจำหน่ายสินค้าและบริการ หรือให้สิทธิ์ผลิตสินค้าและบริการ ภายใต้แบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าต่างๆ ของ MUO ไปสู่กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค เช่น น้ำแร่ธรรมชาติแบรนด์ ‘มิสยูนิเวิร์ส’ หรือแผนขยายไปสู่สินค้าในกลุ่มแฟชั่น ที่เสริมสร้างการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Commerce อย่างมีนัยสำคัญ
“ปีนี้จะเป็นปี Growth Mode ของกลุ่ม JKN โดยธุรกิจ MUO ซึ่งเป็น New S Curve มาผนวกกับ Ecosystem ของกลุ่มฯ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานปีนี้ หลังได้รับการชำระเงินจากการดำเนินงานตามแผนโครงสร้างรายได้ 9 ด้านแล้ว ส่งผลให้มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น และเตรียมต่อยอดออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำแร่ภายใต้แบรนด์ ‘มิสยูนิเวิร์ส’ เพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในไตรมาส 2-3 ของปีนี้อีกด้วย” นายจักรพงษ์ กล่าว
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาด JKN จะมีกำไรในปีนี้ 360 ล้านบาท เติบโต 115% จากปีก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวของ ธุรกิจขายคอนเทนต์ และธุรกิจ Commerce จากปีก่อนที่ถูกกระทบจาก COVID-19 และคาดจะรับรู้รายได้จากธุรกิจ MUO เข้ามาในปีนี้ราว 680 ล้านบาท จากการจัดการประกวด 2 ครั้งในไตรมาส 1/66 และไตรมาส 4/66 (ประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์อนุรักษ์นิยม ซึ่งต่ำกว่าเป้าของบริษัท 23%)
ทั้งนี้ ธุรกิจ MUO จะหนุนการเติบโตในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยแผนธุรกิจยังคงเน้นการเติบโตจากทั้งธุรกิจเดิม คือ ธุรกิจขายคอนเทนต์ และธุรกิจใหม่คือ ธุรกิจ Commerce ที่มีแผนขยายสินค้าในตลาดใหม่ๆ มากขึ้น และธุรกิจ MUO ที่จะมีรายได้จาก 9 ช่องทาง ที่จะช่วยขยายฐานรายได้ โดยการประกวด ครั้งล่าสุดที่ผ่านมาที่จัดที่ นิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา จะรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/66 เข้ามาราว 160 – 200 ล้านบาท (ปกติหากจัดที่สหรัฐอเมริกา จะมีรายได้และอัตรากำไรต่ำกว่าประเทศอื่นๆ จาก Hosting fee ที่ต่ำกว่าประเทศอื่น)
ขณะที่ล่าสุดประเทศเอลซัลวาดอร์ ติดต่อซื้อสิทธิ์เป็นเจ้าภาพการจัดการประกวดครั้งต่อไปในไตรมาส 4/66 คาดรายได้ที่จะรับราว 400 ล้านบาท และล่าสุดมีอีก 2 ประเทศ ที่ให้ความสนใจเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพต่อในปี 2567-2568 ซึ่งรอเซ็นสัญญา (บริษัทยังไม่เปิดเผยชื่อ) ซึ่งรวม 3 เจ้า บริษัทจะได้เงินสดมาราว 1,200 ล้านบาท (เงินสดจะรับรู้เมื่อเซ็นสัญญา แต่ในงบกำไรขาดทุนจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงที่จัดงาน)
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้น JKN ปรับลดลงสะท้อนข่าวการเพิ่มทุนไปแล้วพอสมควร ขณะที่ธุรกิจ MOU มีความคืบหน้ามากขึ้นตามแผน ซึ่งช่วยขยายฐานกำไรให้บริษัท ขณะที่การปรับลดสัดส่วนการเพิ่มทุนทำให้ dilution จากการเพิ่มทุนลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนำ “ซื้อ” และมีการปรับมูลค่าพื้นฐานปี 2566 จากเดิมที่ 4.54 บาท เป็น 5.50 บาทสะท้อนการปรับผลกระทบจากการลดสัดส่วนเพิ่มทุน

