เปิดรายชื่อ 3 บลจ.ส่ง “ทริกเกอร์ ฟันด์ ” ชูผลตอบแทน 5-6% ภายในระยะเวลา 6 เดือน เริ่มซื้อได้แล้ววันนี้ ขั้นต่ำเริ่มเพียง 1,000 บาท

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา SET  Index ปรับลดลงมาค่อนข้างมาก จากหลายปัจจัยลบเข้ามากดดัน ให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อตลาดลงทุน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของ SET Index ครั้งนี้ บริษัทฯ มองเป็นความผันผวนที่เกิดขึ้นเพียงระยะสั้น และยังคงเป้าหมาย SET ปลายปีที่ระดับ 1,760 จุด


โดยบริษัทมองว่าตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นตลาดลงทุนที่แข็งแกร่ง และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดประเทศของจีน และนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลายภาคส่วน ทั้งการท่องเที่ยว, ขนส่ง, สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น บริษัทฯ มองเป็นโอกาสและจังหวะการลงทุนระยะสั้นในการทำกำไรกับหุ้นไทยรายตัวที่มีศักยภาพ พื้นฐานแกร่ง และมีผลการดำเนินงานดี จึงออกแผนเสนอขายกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์


สำหรับเป็นทางเลือกลงทุนในช่วงที่ราคาหุ้นไทยปรับฐาน ผ่านกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ไทยทริกเกอร์ 3 หรือ SCBTG3 โดยตั้งเป้าหมายการปรับตัวของมูลค่าหน่วยลงทุน (Trigger) อยู่ที่ 6% ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินของ โครงการ เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 21 – 27 มีนาคม 2566 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท


โดยกองทุน SCBTG3 เป็นกองทุนรมผสมที่น้นลงทุนในหุ้นไทย ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะค้ดสรรและพิจารณาหุ้นที่มีโอกาสเติบโตและมีสัดส่วนกำไรต่อหุ้นที่อยู่ในกณฑ์ดี เพื่อเพิ่มโอกาสกรลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย


ทั้งนี้ กองทุนมีเงื่อนไขการทริกเกอร์ที่แบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ภายใต้กรอบระยะเวลา 6 เดือน คือ ครั่งที่ (1) กรณี ณ วันทำการใด ที่มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนมีการปรับตัวมากกว่า/เท่ากับ 10.30บทต่อหน่วย เทียบเท่า 3% บริษัทจัดการจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติเพียงครั้งเดียวนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินของโครงการเป็นกองทุนรวม และ ครั้งที่ (2)ในกรณีเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุนโดยหาก ณ วันทำการใดก็ตามเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.62 บาทต่อหน่วย บริษัทจัดการจะพิจารณรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติในอัตราไม่ต่ำกว่า 10.60 บาทต่อหน่วย


โดยจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และจะชำระเงินค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติภายใน 5 วันทำการนับแต่วันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธินำเงินไปลงทุนต่อยังกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารนี้ระยะสั้นหรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการ


ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐ์กิจไทยในปัจจุบันมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ อาทิเช่น การเปิดประเทศของจีน ที่เป็นตัวช่วยเร่งภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการมีแนวโน้มฟื้นตัว หรือเรื่องของเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดและมีแนวโน้มลดลง รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ลุ้นหุ้นไทยขานรับเลือกตั้ง


โดยข้อมูลจาก SET Index ในอดีตที่ชี้ว่า หุ้นไทยมักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยก่อนและหลังการเลือกตั้ง 30 วันอยู่ที่+0.92% และ 3.47% ตามลำดับ เป็นต้น จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยนับเป็นอีกหนึ่งตลาดการลงทุนที่น่าสนใจ และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในสภาวะปัจจุบัน จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนทริกเกอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประสบความสำเร็จจากการบริหารกองทุนทริกเกอร์ด้วยกันหลายกองทุน


บริษัทจึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดกรุงไทย ทริกเกอร์ ฟันด์ 7 (KT-TRIG7) เสนอขายเพียงครั้งเดียวระหว่างวันที่ 20 -22 มีนาคม 2566 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท โดยตั้งเป้าหมายทริกเกอร์ 5% ภายในระยะเวลา 6 เดือน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นไทยที่มีศักยภาพเติบโตสูง


สำหรับ KT-TRIG7 มีนโยบายการลงทุนโดยกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตลาดหุ้นไทย ตราสารแห่งหนี้ เงินฝากและ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมกร ก..ต. กำหนด โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนได้ในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ อีกทั้งกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging)เน้นหุ้นเติบโต


ในเบื้องต้นกองทุน KT-TRIG7 จะเน้นในลงทุนมหุ้นที่มีโอกาสเติบโต และได้รับประโยชน์จากหลายๆ ด้าน ได้แก่ การบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง (Domestic Consumption), การเปิดประเทศ (Re-Opening), เงินเฟ้อที่ชะลอตัว และต้นทุนการผลิตที่เริ่มลดลง (Commodity-Related), นโยบายภาครัฐและการเลือกตั้งในประเทศ (Government Measures), หุ้นที่ให้ผลตอบแทนในช่วงฤดูร้อน (Summer - time Winner) และหุ้นที่ผลกำไรลดลงผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และราคาปรับต่ำเป็น Laggard (Laggard+Bottom out)


สำหรับเงื่อนไขการทริกเกอร์แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่แรกหาก ณ วันทำการใดก็ตามเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.5555 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป และทรัพย์สินของกองทุนเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดทั้งหมด ณ วันทำการใด หรือ กรณีที่สองหาก ณ วันทำการใดก็ตามที่ทรัพย์สินของกองทุนเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดบางส่วน หรือทั้งหมด และสามารถรับซื้อคืนได้ไม่ต่ำกว่าอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด โดยมูลค่าหน่วยลงทุนที่คืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 105.00 ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท)


อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่เกิดเหตุกรณ์ที่มูลค่าหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นจนเป็นเหตุให้เลิกกองทุนภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม บริษัทจัดการจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถทำการขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ ตามที่บริษัทจัดการกำหนด และหาก ณ วันใดก็ตามที่กองทุนเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุนตามเงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนด บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุนตามเหตุการณ์ดังกล่าว


ขณะที่นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรออยู่มาก ทั้งราคาหุ้นที่อยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยมี P/E อยู่ที่ประมาณ 14.65 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่อยู่ในระดับ 18.15 เท่า นอกจากนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจ มาจากภาคการบริโภค การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และการเลือกตั้งมีความชัดเจน จะเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้หุ้นไทยปรับตัวเกิน 1,700 จุดได้ โดยหุ้นน่าจะปรับตัวขึ้นได้อีก และธนาคารแห่งประเทศไทยอาจยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้


ทั้งนี้ บลจ.ทิสโก้จึงจับจังหวะเสนอขายกองทุนทริกเกร์หุ้นไทย ตั้งเป้าหมายเลิกโครงการเมื่อหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.50 บาท/หน่วยภายในระยะเวลา 5 เดือน เปิดเสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 20 - 22 มีนาคม 2566 มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us