CPALL หุ้นใหญ่ค้าปลีกกำลังได้ประโยชน์ รับภาคการบริโภคในประเทศฟื้นตัว
“เรามองว่าราคาหุ้นจะกลับมา Outperform SET ได้จากผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อจากการยอดขายจากการเปิดเมืองเปิดประเทศ โดยเฉพาะสาขาในเมืองท่องเที่ยว
รวมถึงแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ลดลง และมองปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งโดยจะช่วยหนุนทั้งธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งจากการเติบโตของ HoReCa และธุรกิจค้าปลีกที่จะเห็นค่าใช้จ่ายลดลงและยอดขายที่กลับมาฟื้นตัว”
นี่คือมุมมองของนักวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ต่อหุ้น CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
เช่นเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า โมเมนตัมกำไรไตรมาส 1/66 คาดจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4/65 ตามยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ปรับขึ้นทั้ง CPALL รวมถึง MAKRO
อีกทั้งในระยะสั้นจะมี Catalyst หนุนจากการยุบสภาเดินหน้าสู่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งซึ่งคาดช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้น รวมถึงโอกาสปรับลดค่า Ft ภาคธุรกิจรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. 66 เป็นบวกต่อทั้งฝั่งรายได้และมาร์จิ้น
ดังนั้น Wealthy Thai จึงจะพานักลงทุนไปขยายความต่อมุมมองดังกล่าวว่าอะไรเป็นจุดที่ทำให้นักวิเคราะห์มีมุมมองต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของ CPALL และอะไรเป็นปัจจัยหนุนให้ผลประกอบการของ CPALL จะฟื้นตัวได้เด่น
โดย CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจมาโดยตลอด ไม่ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงแรงหรือราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย CPALL ถือเป็นบริษัทใหญ่อันดับที่ 7 ที่มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย
ขณะเดียวกันในระยะอันใกล้นี้กลุ่มหุ้นค้าปลีกจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกกระตุ้นยอดขายให้เติมโต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่มีความชัดเจนแล้วจะช่วยสนับสนุนภาคการบริโภคในประเทศ ประกอบกับกำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเป็นอีกช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าความชัดเจนของการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น จากกิจกรรมเกี่ยวเนื่องของการเลือกตั้ง มีเม็ดเงินในช่วงหาเสียงราว 5 หมื่นล้านบาท
ดังนั้นจึงเป็นโอกาสเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น และหนุนบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ในเดือน เม.ย.-พ.ค.2566
นอกจากนี้ยอดขายของกลุ่มค้าปลีก ยังได้แรงหนุนของกำลังซื้อจากการเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการท่องเที่ยวในประเทศ ที่มีมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5”สนับสนุน (ระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการ เดือน เม.ย.2566) และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีน จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของกำลังซื้อ เพิ่มโอกาสของยอดขายกลุ่มค้าปลีกในไตรมาส 2/66 ให้เติบโต
ย้อนกลับมาในจุดที่น่าสนใจของ CPALL โดยทาง บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า โมเมนตัมกำไรไตรมาส 1/66คาดฟื้นตัวจากไตรมาส 4/65 ตามยอดขาขสาขาเดิม ที่ปรับขึ้นทั้ง CPALL รวมถึง MAKRO รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่ลดลง ขณะที่ค่าไฟขยับขึ้นจากการปรับขึ้นค่า Ft งวด ม.ค.-เม.ย. 23 ของภาคธุรกิจ
แต่ในระยะสั้นมองว่าจะมี Catalyst หนุนจากการยุบสภาเดินหน้าสู่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งซึ่งคาดช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้น รวมถึงโอกาสปรับลดค่า Ft ภาคธุรกิจรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. 66 เป็นบวกต่อทั้งฝั่งรายได้และมาร์จิ้น โดย Consensus คาดกำไรปี 66 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 28% จากปีก่อน โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายจาก IAA Consensus 74.13 บาท

