NER ชี้ผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เข้าสู่ขาขึ้น รับเทรนด์ EV-ดีมานด์จีนหนุน คงเป้ายอดขายปี 66 ที่ 5 แสนตัน
NER ลั่นธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรับกระแสเทรนด์รถไฟฟ้า(EV Car)และความต้องการในจีนเพิ่มขึ้น มั่นใจยอดขายปี 66 เข้าเป้าที่ 5 แสนตัน พร้อมคาดโรงงานใหม่แล้วเสร็จปี 67 หนุนมาร์จิ้นดีขึ้น
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในปี 2566 ได้เข้าสู่รอบขาขึ้นและผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ถึงแม้ว่าราคายางพาราจะไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากหรือจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 45-60 บาท
แต่อย่างไรก็ตามด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและความต้องการในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นในจีน สหรัฐฯ และอินเดีย จากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า(EV Car) ที่มีความต้องการใช้ล้อยางจากธรรมชาติเพื่อรองรับน้ำหนักแบตเตอรี่ที่มากขึ้น จะช่วยส่งผลต่อภาพรวมธุรกิจในปี 2566 และ 2567 อย่างมีนัยสำคัญ
ประกอบกับในบริษัทบริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากแผ่นปูรองนอนปศุสัตว์ ที่ได้เริ่มทยอยขายแผ่นปูรองนอนวัวในเดือนกุมภาพันธ์ 66 ซึ่งนอกจากนี้บริษัทยังได้อยู่ระหว่างศึกษาการผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างแผ่นปูรองนอนสำหรับลูกหมูในรูปแบบรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์(OEM) เพื่อขายให้แก่ลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น
ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศของจีน ที่ได้ส่งผลให้ปริมาณการขายเพิ่มสูงขึ้นและบริษัทก็ได้มีการทำสัญญาซื้อขายในระยะยาวเพื่อรองรับกำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมียอดขายล่วงหน้าไปจนถึงปลายไตรมาส 2/66 และมั่นใจว่ายอดขายในปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายหรือที่ 500,600 ตัน
ด้านประสิทธิภาพการทำกำไร(มาร์จิ้น) บริษัทจะพยายามควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนให้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดีคาดการณ์ว่าภายหลังโรงงานใหม่ที่จะแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตขึ้นมาเป็น 6.88 แสนตันต่อปีแล้ว จะยังช่วยบริษัทเกิดการประหยัดต่อขนาด(Economies of Scale)ได้ดีขึ้นและทำให้มาร์จิ้น
