รู้จัก “เจเนซีสฯ” หรือ GFC ผู้ให้บริการ สำหรับผู้มีบุตรยากแบบครบวงจร กำลังเข้าตลาดหุ้น
ธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมาตั้งแต่ปี 2547 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ในปี 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2560 ถึงพ.ศ. 2569)
โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ของประเทศไทยเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้แก่ อัตราค่ารักษาพยาบาลที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ความพร้อมทางการแพทย์และสถานพยาบาล บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เทคโนโลยีทันสมัย และการให้บริการมีคุณภาพที่ได้รับการรองรับมาตรฐานสากล
ทั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ของบริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC จากการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากกับกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้มีบุตรยาก ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของคลินิกสาขาใหม่ของบริษัท (สาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9) ที่กำลังก่อสร้างเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ
ดังนั้นคอลัมน์ Next IPO ในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพามาทำความรู้จักกับบริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC ที่กำลังมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีที่ปรึกษาทางการเงิน คือ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด
สำหรับ GFC ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยากแบบครบวงจร ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของประเทศ ปัจจุบัน บริษัทมีบริษัทย่อย จำนวน 2 บริษัท ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ได้แก่
1.บริษัท จีโนโซมิกส์ จำกัด (GSM) ดำเนินธุรกิจการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (Next generation sequencing: NGS) อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2565 พิจารณารับทราบการหยุดดำเนินงานชั่วคราวของ GSM ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 เนื่องจากอยู่ในระหว่างการย้ายที่ตั้งสำนักงานไปอยู่ที่คลินิก GFC สาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9
โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการปรับปรุงอาคารเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการและขยายพื้นที่การให้บริการมากขึ้น ทั้งนี้ การให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (Next generation sequencing: NGS) จะสามารถให้บริการได้ตามปกติภายใต้ GFC แทน โดยไม่มีผลกระทบทางด้านรายได้ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
2.บริษัท จีเอฟซี เฟอร์ทิลีตี กรุ๊ป จำกัด (GFCFG) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้ง (holding company) จัดตั้งขึ้นสำหรับการลงทุนในกิจการอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ GFCFG ยังไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์
ขณะที่การประกอบธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทสามารถแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.การให้บริการตรวจเบื้องต้นก่อนให้คำแนะนำหรือรักษา 2. การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี IUI (Intrauterine insemination) 3. การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) 4. การให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (Next generation sequencing: NGS) และ5.การให้บริการแช่แข็งไข่และการฝากไข่
ส่วนกลุ่มลูกค้าของกลุ่มบริษัทออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มลูกค้าผู้ที่วางแผนการมีบุตรในอนาคต 2. กลุ่มลูกค้าคู่สมรสคนไทยที่สนใจอยากมีบุตร 3. กลุ่มลูกค้าคู่สมรสคนไทยกับชาวต่างชาติที่สนใจอยากมีบุตร และ 4. กลุ่มลูกค้าคู่สมรสชาวต่างชาติที่สนใจอยากมีบุตร
สำหรับโครงสร้างรายได้ในปี 2562-2564 และงวด 9 เดือนปี 2565 โดยปี 2562 มีรายได้รวม 241.08 ล้านบาท แต่ปี 2563 ลดลงมาที่ 214.83 ล้านบาท ส่วนปี 2564 ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 242.6 ล้านบาท และงวด 9 เดือนปี 2565 เท่ากับ 198.55 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 180.93 ล้านบาท
ทั้งนี้รายได้จากการให้บริการของบริษัทจะสอดคล้องกับจำนวนผู้มีบุตรยากที่เข้ามารับบริการรักษาภาวะมีบุตรยาก ซึ่งบริษัทมีรายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี ICSI เป็นรายได้หลัก โดย 9 เดือนปี 2565 มีสัดส่วนที่ 70.28%ของรายได้รวม รองลงมาคือ รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (NGS) อยู่ที่ 17.05%ของรายได้รวม
ขณะในปี 2563 มีรายได้จากการให้บริการลดลง เนื่องมาจากกลุ่มบริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ทำให้ภาครัฐออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เช่น มาตรการปิดเมือง (Lockdown) จึงทำให้ผู้มีบุตรยากตัดสินใจชะลอการมีบุตรในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ชะลอตัวลง ยังทำให้ผู้มีบุตรยากบางส่วนตัดสินใจชะลอการมีบุตรลง
อย่างไรก็ตามในปี 2564 มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2563 เนื่องมาจากภาครัฐได้มีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 และได้มีการจัดหาและกระจายวัคซีนป้องกันโรค Covid-19 จึงทำให้สถานการณ์ Covid-19 มีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ทยอยฟื้นตัวขึ้น ทำให้ผู้มีบุตรยากเริ่มตัดสินใจมีบุตรอีกครั้ง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีจำนวนผู้มีบุตรยากที่เข้ามารับบริการรักษาเพิ่มมากขึ้น
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ดีขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีจำนวนผู้มีบุตรยากที่เข้ามารับบริการรักษาเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2564
ขณะที่กำไรสุทธิปี 2562 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 81.94 ล้านบาท แต่ปี 2563 ลดลงมาที่ 66.55 ล้านบาท ส่วนปี 2564 เห็นการฟื้นตัวมาอยู่ที่ 69.63 ล้านบาท ล่าสุดงวด 9 เดือนปี 2565 มีกำไรสุทธิ 48.46 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 51.30 ล้านบาท
โดย 9 เดือน 2565 มีกำไรสุทธิ 48.46 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปี 2564 เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง จากต้นทุนจากการให้บริการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเงินเดือนและค่าใช้จ่ายพนักงาน ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มสูงขึ้นจาก 3 สาเหตุหลัก
ได้แก่ 1.ค่าใช้จ่ายพนักงานและผู้บริหารที่สูงขึ้น 2. ค่าเบี้ยประชุมที่สูงขึ้น และ 3.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่สูงขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการ IPO และรองรับการขยายตัวของธุรกิจ จึงทำให้มีกำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันในปีก่อน
สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อใช้ในการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการขยายสาขา เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่บริษัทได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์ในอนาคต เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยากแบบครบวงจร โดยโครงการลงทุนในอนาคตของบริษัท ประกอบด้วย 1.โครงการลงทุนในการขยายสาขาคลินิกให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยาก และ2.โครงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต

