ถือ OR มา 6 เดือน ติดลบสูงถึง 18.85% แต่โบรกฯ มองเป็นโอกาสเข้า “ซื้อ” ผลงานพ้นจุดต่ำสุด เตรียมฟื้นตัวไตรมาส 1/66
หากพูดถึงหุ้นในกลุ่มของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT นั้น หนึ่งในบริษัทลูกที่ถูกนักลงทุนพูดถึงเป็นอันดับต้นๆหรือเรียกได้ว่าเป็นหุ้นขวัญใจมหาชนก็ได้ว่า อย่างบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่มีตัวชูโรงอย่างสถานีให้บริการน้ำมันและร้านคาเฟ่ อเมซอน
ทั้งนี้ไม่แปลกนักที่จะได้รับความสนใจ และความคาดหวังจากนักลงทุนทั่วไป แต่จากการสำรวจข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวราคาหุ้นย้อนหลังของ OR ในช่วง 6 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565 ถึง 28 มีนาคม 2566) มีการปรับตัวลดลงสูงถึง 18.85% หรือลงมาอยู่ที่ 21.10 บาท
ดังนั้นทำให้นักลงทุนที่สนใจ ก็ได้ตั้งคำถามและข้อสงสัยขึ้นมาว่า การลงทุนในหุ้นดังกล่าวยังคงเป็นที่น่าสนใจอยู่หรือไม่ และการปรับตัวลงในครั้งนี้ จะเป็นจุดให้เข้าสะสมได้หรือไม่ ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็ได้ทำการรวบรวมและหยิบยกมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญมานำเสนอกันในวันนี้
หากถอดคำทำนายจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 26 บาท โดยมองว่าไตรมาส 4/65 เป็นจุดต่ำสุด ราคาหุ้นที่ปรับลดลงได้สะท้อนความผิดหวังต่อการเติบโตของกำไรธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ไปมากจน P/E ลงมาอยู่ระดับเดียวกับ PTG
โดยมองเป็นโอกาสซื้อรับการฟื้นตัวในไตรมาส 1/66 ตามการกำไรขั้นต้นต่อลิตรฟื้นตัว เพราะการนำเข้าน้ำมันแพงมาขายลดลง ขณะเดียวกันส่วนภาพปี 2566 คาดกำไรสุทธิเติบโต 31% ตามปริมาณขายทุกส่วนธุรกิจที่ฟื้นตัวตามกิจกรรมเศรษฐกิจและภาคท่องเที่ยว รวมถึงขยายสาขาต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นที่ครม.อนุมัติขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 5 บาทต่อลิตรไปถึง 20 กรกฎาคม 2566 จากเดิมที่สิ้นสุด 20 พฤษภาคม คาดว่าจะส่งให้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลยังคงมีแรงหนุนและเป็นบวกต่อ OR ที่มีปริมาณขายน้ำมันดีเซล ซึ่งคิดเป็น 60% ของปริมาณขายน้ำมันทั้งหมดในประเทศ
ด้านบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “TRADING” และกำหนดราคาเป้าหมายที่ 25 บาท โดยในระยะสั้นราคาหุ้นได้ถูกกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 4/65 ที่อ่อนแอกว่าคาดการณ์ของตลาด
ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 1/66 ประเมินว่าจะลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากฐานที่สูงในปีก่อน แต่จะเห็นการพลิกเป็นกำไรจากไตรมาสก่อนหน้า ตามปริมาณขายน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงหลังจีนเปิดประเทศ และค่าการตลาดที่ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับ 0.70-1.00 บาทต่อลิตร หลังผ่านช่วงซ่อมบำรุงของโรงกลั่น
