Official Update :

สรุป 2 เหตุผลทำไมหุ้น SYNEX ยังได้ไปต่อ จนทะลุกรอบราคาเป้าหมาย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3มี..64 ราคาหุ้น บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ราคา 21.30 บาท ทำสถิติสูงสุด ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 20.80 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 13.66% จากนั้นในช่วงบ่ายวันที่ 3 มี..64 ราคายังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนทำจุดสูงสุดที่ 23.60 บาทและปิดตลาดที่ราคาดังกล่าว ทำให้ราคาหุ้นเกือบพุ่งชนเพดานชิลลิ่ง โดยเพิ่ม 28.96% และมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 1,492 ล้านบาท


ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันที่ 4 ราคาหุ้น SYNEX จะคงทำจุดสูงสุดใหม่ออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างการซื้อขายในช่วงเช้า ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 27.25 บาท แต่ปิดตลาดช่วงเช้าที่ราคา 24.30 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 1,117 ล้านบาท


ทั้งนี้นักลงทุนคงจะสงสัยว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น SYNEX ทะยานทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่องไปอีกเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันแล้ว โดย Wealthy Thai ได้ข้อมูลจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาหุ้นของ SYNEX ทะยานขึ้นไปได้ขนาดนั้นมีอยู่ 2 สาเหตุ


โดยสาเหตุที่ 1 คือ ในตัวของสินค้า SYNEX เองนั้นมีผลิตภัณฑ์ที่จะขายให้กับ DELTA ซึ่งอย่างที่เรารู้กันคือตัวของ DELTA เป็นผู้ผลิตสถานีชาร์จรถไฟฟ้า EV ซึ่งทาง SYNEX จะเป็นผู้จำหน่ายตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยตัวชาร์จนี้จะใช้ติดตั้งในที่อยู่อาศัย ดังนั้นหาก SYNEX มียอดขายในส่วนนี้เข้ามาในระยะถัดไปอาจจะทำให้มีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่องในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามในช่วงแรกถือว่ายังมีสัดส่วนรายได้ในระดับต่ำ แต่ตลาดมองเห็นศักยภาพในอนาคต


ขณะเดียวกัน กลุ่มของ DELTA ไม่ได้มีแค่สถานีชาร์จ แต่ยังมีสินค้านวัตกรรมอย่างระบบHome Automation รวมถึงระบบพาวเวอร์ซัพพลายต่างๆ ดังนั้นในระยะถัดไปจะเห็นได้ว่าทาง SYNEX จะไม่ได้ขายแค่คอมพิวเตอร์ หรือสินค้าด้านไอทีอื่นๆอีกต่อไป ซึ่งการขายสินค้าประเภทนี้จะช่วยเป็นการขยายตลาดไปยังฐานลูกค้าใหม่ ดังนั้นจึงทำให้จะมีอัพไซด์จากธุรกิจดังกล่าว


สำหรับสาเหตุที่ 2 คือ การขายสินค้าไอทีของบริษัทจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องจากสถานการณ์ที่หลายบริษัทปรับมาใช้รูปแบบการทำงานแบบ work from home กันมากขึ้น จึงทำให้ยอดขายสินค้าไอทีเติบโตขึ้นจนถึงขั้นสินค้าบางรายการขาดตลาด อีกทั้งประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงยุค IoT หรือ Internet of Things จึงทำให้คนตัดสินใจซื้อสินค้าไอทีกันมากขึ้น



สรุปสาระสำคัญจากผู้บริหาร

1) SYNEX มีคุณภาพการกระจายตัวของยอดขายและงบดุลที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ: สัดส่วนยอดขายจาก Huawei ลดเหลือเป็นเพียง 13% ในปี 2563 เทียบกับ 33% ณ สิ้นปี 2561 ขณะที่รายได้ที่เติบโตในปี 2563 มาจากสินค้ากลุ่ม IT Commercial ไม่ได้พึ่งพาแต่เพียงสินค้ากลุ่มมือถือเหมือนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนการกระจายความเสี่ยงที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาก นอกจากนี้กระแสเงินสดของ SYNEX ดีขึ้น D/E Ratio ปรับลดเป็น 1.6เท่า และ Interest bearing debt ลดลงถึง 3.3 พันล้านบาท โดยได้เงินจากการการบริหาร Working Capital ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ


2) SYNEX ตั้งเป้ายอดขายปี 2564 เติบโต 13% จากปีก่อน เท่ากับประมาณการปัจจุบันของเรา อย่างไรก็ดีเป้าหมายดังกล่าวมีโอกาสถูกปรับขึ้นเพราะยังไม่รวมผลบวกจากการได้ Brand ใหม่เพิ่มเติม และเป็นเป้าหมายภายใต้ภาวะที่สินค้าขาดตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 64 หากสถานการณ์ดีขึ้นเป้าหมายมีโอกาสถูกปรับเพิ่มขึ้นเพราะความต้องการสินค้า IT โดยรวมยังแข็งแกร่งในทุกกลุ่ม


3) บริษัทจะเริ่มขายสินค้าของกลุ่ม DELTA ซึ่งถือเป็น Supplier รายใหม่ในปี 2564 ต่อจาก Nintendo โดยเบื้องต้นบริษัทฯจะเริ่มต้นจากการขาย EV Charger ให้กับตลาดผู้พักอาศัยในไตรมาส2/64 ระยะถัดไปบริษัทจะเพิ่มสินค้าของกลุ่ม DELTA อื่นๆเพิ่มเติม


4) ระยะสั้น SYNEX Guidance ยอดขายเดือนม.ค.-ก.พ  64 เติบโตโดดเด่น แม้สินค้าบางกลุ่มขาดตลาด แต่สินค้ากลุ่มอื่นๆขายดีชดเชยสะท้อน Demand ของสินค้า IT ที่เด่นในทุกกลุ่มสินค้า นอกจากนี้ภาวะสินค้าขาดตลาดยังเป็นผลบวกต่อ Margin เพราะทำให้ไม่มีการต่อรองราคาเหมือนในภาวะปกติ



เติบโตใหญ่ในยุค
IoTs … เพิ่มสินค้า EV Car ของ DELTA

การเข้าสู่ยุค IoTs จะทำให้ Total Addressable market ของ SYNEX สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว เพราะมูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นจากตลาดมือถือและอุปกรณ์ IT เป็นโอกาสในการขายสินค้าใหม่ๆจำนวนมากในยุค IoTs ที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทในอีก 3-5 ปีจากนี้


นอกจากนี้ SYNEX ยังมี Exposure ที่โดดเด่นในตลาดเกมและกำลังจะมี Exposure ในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ EV Charter และ Home Automaton จาก DELTA เมื่อรวมกับ Exposure เดิมที่โตไปพร้อมกับ Apple และสินค้ากลุ่ม Network ของ Huawei ทำให้ SYNEX ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงของกิจการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 1) กระแสเงินสดของ SYNEX และงบดุลที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 2) สัดส่วนยอดขายที่กระจายตัวได้ดีขึ้น



ราคาเหมาะสมอยู่ที่
21.50บาท

คาดการณ์กำไรปกติปี 2564 ที่ 728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น13.4% หรือคิดเป็น EPS ปี 2564 ที่ 0.86 บาทต่อหุ้น เราให้ SYNEX ซื้อ ขาย ที่ PE-Band 25x ได้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2564 ที่ 21.50 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” เราเชื่อว่าตลาดจะปรับเพิ่ม Band การซื้อ ขาย SYNEX ขึ้น จาก Total Addressable market ของ SYNEX สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว เรายังมองว่า Wholesale จะได้ประโยชน์ในการก้าวเข้าสู่ IoTs ซึ่งเป็นอีก Trend ขนาดใหญ่ที่ตลาดจะให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่