2 บริษัทอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ กำลังจะฟันกำไรเติบโตอย่างโดดเด่น

ช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ความกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย และความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งทำให้ความต้องการในอุตสาหกรรมชะลอตัวลง


แต่ล่าสุดนักวิเคราะห์มองว่าดัชนีกลุ่ม Semiconductor ในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรง ในขณะที่หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยยังไม่ค่อยปรับขึ้นมากนัก รวมถึงคาดว่าผลประกอบการน่าจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/66 ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีแนวโน้มการเติบโตของ 2 หุ้นฮอตในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE และ HANA มาฝาก


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัด ระบุว่า ราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยยังไม่ค่อยปรับขึ้นมากนัก เมื่อเทียบกับดัชนีกลุ่ม Semiconductor ในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นแรง นอกจากนี้แนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์น่าจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/66 ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์เลือก KCE และ HANA เป็นหุ้นเด่น


โดยแนวโน้มการดำเนินงานของ KCE ในไตรมาส 1/66 คาดว่าจะอยู่ในทิศทางที่ลดลงจากไตรมาส 4/65 (Gross margin คาดว่าจะต่ำกว่า 20%) ผลจากค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าขึ้นในช่วงไตรมาส 4/65 ทำให้บริษัทต้องซื้อวัตถุดิบในราคาสูง ซึ่งจะกระทบ Gross margin โดยรวม แต่ชดเชยได้บางส่วนจากปริมาณขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 4/65


ทั้งนี้ผู้บริหารมั่นใจว่า Gross margin จะกลับขึ้นมาดีขึ้นได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/66 เป็นต้นไป จากแนวโน้มค่าเงินที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่ากำไรไตรมาส 1/66 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี


ดังนั้นมีมุมมองเชิงบวกต่อ KCE ในระยะกลางถึงยาว โดยจุดเด่นของ KCE คือเป็นผู้ผลิตแผงวงจรรายใหญ่ TOP 10 ของโลก ให้กับผู้ผลิตรถยนต์โดยเฉพาะในประเทศยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งจะได้รับผลบวกจากปริมาณความต้องการแผงวงจรในรถยนต์เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งยังมีส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (ที่ต้องใช้แผงวงจร) ต่อคันมากกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไปประมาณ 3-6 เท่า


ด้วยเหตุนี้ KCE จึงมีแผนขยายการผลิตครั้งใหญ่ โดยเพิ่มกำลังการผลิตการผลิตแผงวงจรชนิดพิเศษที่มี margin สูงอีก 1 ล้านตารางฟุตต่อเดือน (จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 3.6 ล้านตารางฟุตต่อเดือน) คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ซึ่งจะสอดรับกับปริมาณความต้องการแผงวงจรซับซ้อน สำหรับรถยนต์ที่เติบโตมากในอนาคต



ด้านราคาหุ้นของ KCE ปรับฐานลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง แนะนำหาจังหวะเข้าซื้อที่ราคาระหว่าง 45-50 บาท โดยเฉพาะช่วงรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/66 ที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดว่าแนวโน้มจะกลับเติบโตดีอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาส 2/66 จาก Pent-up demand และคาดว่าจะดีต่อเนื่องไปถึงปี 2567 ที่มีการขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่ ให้ราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 61 บาท


ส่วน HANA บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 1/66 จะอยู่ในทิศทางชะลอตัวลงจาไตรมาส 4/65 โดยยังได้รับผลกระทบจากลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และ Smartphone ที่มีคำสั่งซื้อชะลอตัวลง ตามความกังวลภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สินค้าคงเหลือที่มาก รวมถึงยังมีแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ไตรมาส 1/66 ยังมีผลกระทบจากโรงงานจีนที่ผลิตไม่ได้เต็มที่จากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 และการหยุดยาวช่วงตรุษจีน โดยรวมทำให้อัตราการทำกำไรอ่อนแอลงเช่นกัน


สำหรับการเพิ่มทุน PP จำนวน 80.5 ล้านหุ้น (10% ของจำนวนหุ้น ทั้งหมด) นั้น ต้องรออนุมัติผู้ถือหุ้นก่อน แล้วจะพิจารณาขายให้กับนักลงทุนสถาบันหรือรายอื่น รวมกันไม่เกิน 50 ราย คาดว่าจะมี dilution effect ไม่มาก (ประมาณ 1%) เนื่องจาก HANA กำหนดราคาขาย PP จะมีส่วนลดได้ไม่เกิน 10% จากราคาตลาดในช่วงนั้น ซึ่งเงินที่ได้จากการเพิ่มทุน เบื้องต้นคาดว่าจะนำมาเป็นเงินลงทุนในธุรกิจใหม่อย่าง Silicon Carbide เป็นหลัก


ทั้งนี้ แนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานของ HANA ค่อนข้างมีความท้าทาย ฝ่ายวิเคราะห์คาดปี 2566 จะลดลง 4% จากปริมาณความต้องการสินค้าหลักในกลุ่ม PC และ Smartphone ที่ลดลง, ต้นทุนวัตถุดิบแพง (ซื้อในช่วงค่าเงินบาทอ่อน) และต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ขึ้น จะกระทบอัตราการทำกำไรในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แม้คาดว่าปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ RFID Inlay ที่เพิ่มขึ้นมาก


โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ Walmart มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าจำนวนมาก แต่สัดส่วนรายได้และกำไรยังค่อนข้างเล็ก จึงมองว่าภาพการฟื้นตัวของกำไรจะอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 หลังจากที่ HANA ขยายกำลังการผลิต RFID inlay และติดตั้งอุปกรณ์ของธุรกิจ Silicon Carbide แล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2566 


อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าอยู่ระดับใกล้เคียงกับมูลค่าพื้นฐาน ฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนำเพียง ถือ และให้ราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 57 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us