MGC ปลื้มเข้าเทรดครั้งแรกราคาพุ่ง 6.29% ผู้บริหารชี้! VI เข้าถือ หวังลงทุนระยะยาว กางแผนปี 66 วางเป้ารายได้โตไม่ต่ำ10%
MGC เปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ที่ราคา 8.45 บาท ปรับตัวขึ้น 6.29% จากราคาไอพีโอที่ 7.95 บาท ผู้บริหารชี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นนักลงทุนที่มีต่อผลการดำเนินงานในอดีตและแผนในอนาคต มอง VI เข้าถือติดอันดับท็อป 10 ลงทุนในระยะยาวเห็น MGC เป็นหุ้นเติบโต พร้อมกางแผนธุรกิจปี 66 ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 10% เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท
นายสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC เปิดเผยว่า พึงพอใจกับราคาหุ้นที่เปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสะท้อนจากความเชื่อของนักลงทุนที่มีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาและแผนการขยายธุรกิจในอนาคต
ส่วนการเข้ามาถือหุ้นของกลุ่มนักลงทุนมูลค่า(VI) ที่เข้ามาถือครองหุ้นติดอันดับ 8 คือนาย วัชระ แก้วสว่างและอันดับ 9 คือนาย อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย เป็นการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากเห็นโอกาสการเติบโตของบริษัทด้วยการทำตลาดและสินค้าที่เกี่ยวกับสินค้าลักชัวรี่ จึงมอง MGC เป็นหุ้นเติบโต(Growth Stock)อีกหนึ่งตัวในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความน่าสนใจ
โดยต่อจากนี้กลุ่มบริษัทได้วางเป้าหมายการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบไปด้วยสร้างความแข็งแกร่งให้ MGC-ASIA Ecosystem สร้างความโดดเด่น ด้วยโมเดล Lifestyle Mobility Ecosystem ,มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายและให้บริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับบริการหลังการขายและซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะสร้างรายได้ประจำ รวมถึงผลตอบแทนแก่กลุ่มบริษัทในระยะยาว
ตามด้วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในระบบนิเวศทางธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัท และสุดท้ายยกระดับการให้บริการ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ (Digitalization) เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสู่ Digi-Tech Lifestyle Mobility บนแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ราว 2.22 พันล้านบาท บริษัทจะนำเงินไปลงทุนในบริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด,บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงชำระเงินกู้จากสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัท
ทั้งนี้แผนธุรกิจในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากภายหลังการเลือกตั้งจะเป็นตัวช่วยให้ภาคการบริโภคปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลมายังกำลังซื้อให้ปรับตัวดีขึ้นด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันบริษัทยังได้มีการขยายพอร์ตสินค้าลักชัวรี่อย่างเรือยอชท์และเรือแม่น้ำ
ส่วนแผนการลงทุนบริษัทได้เตรียมไว้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในธุรกิจสินเชื่อสำหรับยานยนต์ระดับลักชัวรี่และมารีน เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยม-ลักชัวรี่ ภายใต้บริษัทบริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด ,ธุรกิจให้บริการเเละเซอร์วิสหลังการขาย ภายใต้บริษัท MMS Bosch Car Service และจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่มบริษัทพร้อมกับชำระหนี้ให้แก่สถาบันการเงิน
