Official Update :

STECH ลั่นปี 66 รายได้ทำนิวไฮ พุ่งทะยาน 2,250 ล้านบาท ลุยขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ

“สยามเทคนิคคอนกรีต หรือ STECH” หนึ่งในผู้นำธุรกิจคอนกรีตอัดแรงรายใหญ่ ส่งซิกผลงานปี 2566 ทำรายได้นิวไฮแตะระดับ 2,250 ล้านบาท รับภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างฟื้นตัว ทั้งเร่งเครื่องสร้างโรงลวดด้วยระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หวังลดต้นทุนทางธุรกิจและขยายตลาดทั้งในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ


นายวัฒน์ชัย มงคลศรีสวัสดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด  (มหาชน) หรือ STECH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงและให้บริการรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ เปิดเผยถึงแนวโน้มผลประกอบการในปี 2566 ของ STECH ว่า รายได้มีโอกาสทำนิวไฮ (New High) ที่ระดับประมาณ 2,250 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้รวม 2,117 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นตามภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ฟื้นตัว และ STECH สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดยในปีนี้ STECH ยังคงเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ได้เซ็นสัญญารับงานก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี สถานีไฟฟ้าแรงสูงหนองหาน (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) จังหวัดอุดรธานี – สถานีไฟฟ้าสว่างดินแดน จังหวัดสกลนคร ตามโครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายระยะที่ 2 แผนงานที่ 1 กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. มูลค่ารวม 86.2 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 360 วัน และปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) กว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะรับรู้รายได้ในปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2567


รวมทั้ง STECH ยังได้เดินหน้าจัดตั้งโรงงานผลิตลวด ซึ่งปัจจุบันได้ตรวจรับเครื่องจักรที่ประเทศอิตาลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมจะเริ่มทดสอบการผลิตได้ในไตรมาส 3/2566 เบื้องต้นจะนำมาใช้งานใน STECH เองราว 30% หรือประมาณ 1,000 ตันต่อเดือน ส่วนอีก 70% จะนำออกจำหน่ายประมาณไตรมาส 4/2566 หรือไตรมาส 1/2567


นายวัฒน์ชัย กล่าวต่อว่า จุดเด่นของโรงงานผลิตลวด STECH คือ มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิตรูปแบบใหม่ โดยไม่ต้องใช้บ่อน้ำกรดซึ่งเป็นกรดไฮโดรคลอริคเข้มข้มในการกัดลวดโลหะให้สะอาดเหมือนในอดีต จีงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


นอกจากนี้ ปัจจุบัน STECH ยังพร้อมจัดจำหน่ายเสาเข็มขนาดเล็ก (Micropile) ให้กับลูกค้าในรูปแบบ B2C ซึ่งเป็นการจำหน่ายให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการซ่อมแซม ต่อเติมบ้านไม่ให้ทรุดตัว เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับ STECH อีกทางหนึ่งด้วย


สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2565 STECH มีรายได้รวม 2,117 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High)  และมีกำไรสุทธิ 100.78 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนประมาณ 6% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.74% ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากราคาลวดเหล็กที่ผันผวนสูง รวมทั้งราคาปูนซิเมนต์และราคาน้ำมันได้ปรับเพิ่มขึ้น

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 13 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us