กลุ่มเจมาร์ท ลงโหดเหมือนโกรธใครมา? นักวิเคราะห์ชี้สถานการณ์ SINGER ไม่ปกติ หลัง "ซีอีโอ" ลาออกจากตำแหน่ง

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในกลุ่มเจมาร์ท วันนี้ ( 2 พ.ค.2566) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เริ่มที่ JMART ราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำสุดที่ระดับ 19 บาท


ขณะที่ JMT ราคาปรับตัวทำจุดต่ำสุดไปกว่า 4.43% หรืออยู่ที่ระดับ 37.75 บาท และราคาหุ้นของ SINGER ลดลงต่ำสุดของการซื้อขายภาคเช้าที่ 13.70 บาท หรือลดลง 3.52%


โดย SINGER มีข่าวล่าสุดที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และถือเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ SINGER พลิกฟื้นธุรกิจจากการขาดทุนมาเป็นกำไร ยื่นหนังสือขอลาออกและมีผลไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา



[
เปลี่ยนตัวผู้บริหารในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน]

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SINGER แจ้ง SET ว่า CEO (คุณกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์) ได้ลาออกจากตำแหน่ง และบริษัทได้แต่งตั้ง คุณ นราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ (CEO ของ J-Mobile) เป็น CEO คนใหม่ของ SINGER


ทั้งนี้ คุณกิตติพงศ์ ถือเป็นผู้บริหารสำคัญที่นำพา SINGER พลิกฟื้นสถานการณ์จากขาดทุนเป็นการฟื้นตัว เรามองว่าสถานการณ์นี้ดูไม่ปกติ เพราะ SINGER กำลังเผชิญกับปัญหา NPL ก้อนใหญ่จากธุรกิจสินเชื่อลิสซิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดำเนินการจากบริษัทลูก (SGC)


ดังนั้น การลาออกของผู้บริหารคนสำคัญจึงเป็นสัญญาณลบต่อแนวโน้มผลประกอบการในระยะสั้น และทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว



[
แนวโน้มการเติบโตน่าเป็นห่วง]

SINGER ถูกวางกลยุทธ์ให้เป็นช่องทางหลักในการจัดจำหน่ายสินค้าให้กับ J-Mobile โดยยอดขายในปี 2565ของ SINGER เกือบ 1 พันล้านบาท (หรือประมาณ 36% ของยอดขายรวม) เป็นการขายสินค้า IT ที่มากจาก J-Mobile


นอกจากนี้ JMART (ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SINGER) ก็พยายามจะผลักดันให้ SINGER เป็นกลไกหลักสำหรับธุรกิจการปล่อยขยายสินเชื่อผู้บริโภคบนฐานลูกค้าของ BRR


ทั้งนี้ การเปลี่ยนตัวผู้บริหารรอบล่าสุดนี้อาจจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าธุรกิจในอนาคตของ SINGER จะเน้นไปหาสินค้า IT จาก J-Mobile ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สินค้าจะกระจุกตัว และความเสี่ยงด้านการตั้งสำรองเพราะการปล่อยกู้เพื่อซื้อสินค้า IT มีอัตราการผิดนัดชำระหนี้สูง


สำหรับการแก้ NPL ทำให้เกิดความกังวลกับค่าใช้จ่ายสำรองฯ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ซึ่งNPL ที่แท้จริงของ SINGER พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในไตรมาส 4/65 โดย NPL ratio อยู่ที่ประมาณ 11-12% (หากนับรวม NPA ที่บันทึกเป็นสินค้าคงคลังด้วย)


ทั้งนี้ เนื่องจากยังมีการจัดชั้นลูกค้าที่อ่อนไหวบางรายเป็นสินเชื่อที่ปกติ (performing loan) อยู่ในไตรมาส 4/65 แต่เราคิดว่าลูกค้าเหล่านี้อาจจะกลายมาเป็น NPL ในไตรมาส 1/66 และกระทบค่าใช้จ่ายสำรองฯ และค่าใช้จ่ายการด้อยค่าของสินทรัพย์ก้อนใหญ่ ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองฯในไตรมาส 1/66 เป็น 8% (จาก 5.6% ในไตรมาส4/65) และในปี 2566 เป็น 6% (จาก 2.5% ในปี 2565)



[
โบรกฯหั่นกำไรลด แนะนำ “ขาย”]

การปรับลดประมาณการกำไรของเราสะท้อนถึงค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 6%/4% ในปี 2566/2567 (จากเดิมที่ 3%/2.5%) ประกอบกับการปรับลดอัตราการเติบโตของยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็น. -20%/+10% (จากเดิมที่ -5%/+10%)


รวมถึงการปรับลดอัตราการเติบโตขอสินเชื่อเป็น -6%/+5% (จากเดิมที่ -5%/+10%) ทั้งนี้ เนื่องจากมี NPL เกิดใหม่จำนวนมาก และมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร เราจึงคิดว่า SINGER น่าจะต้องใช้เวลาสักระยะในการล้างงบดุล และฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต


โดยเราใช้ PE ที่ 15 เท่า โดยอิงจากประมาณการกำไรเฉลี่ย 2 ปี ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายที่ 11.60 บาท (ลดลงจาก 24 บาท) ดังนั้น เราจึงปรับลดคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ขาย”

Most Viewed
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
SCB ผนึก 3 ยักษ์ทองคำ เปิด “Gold Marketplace” ชูลงทุนทอง USD ผ่าน e-FCD ต่อยอด Wealth Platform รับคนรุ่นใหม่
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us