ส่อง 10 บริษัทอสังหาฯ ชื่อดัง! ไตรมาส 1 ผลงานจะน่าประทับใจแค่ไหน?

ปี 2566 เป็นปีที่บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่สูงทำสถิติใหม่หลายบริษัท ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นตามอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ทำให้ภาพรวมผลประกอบการถูกจับตามองว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามจำนวนการเปิดโครงการใหม่หรือไม่ ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/66 ของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ มาฝาก มาดูกันว่าแต่ละบริษัทจะสร้างการเติบโตได้น่าประทับใจแค่ไหน      


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า คาดการดำเนินงานไตรมาส 1/66 ของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ ที่ฝ่ายวิเคราะห์ศึกษารวม 15 แห่ง ได้แก่ PSH, SC, SIRI, SPALI, ORI, BRI, LH, NOBLE, ASW, SENA, AP, LALIN, LPN, QH และ ANAN จะมีกำไรปกติเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า


โดยกำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/65 เกิดจากการโอนฯ ที่ต่อเนื่องของคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างเสร็จเมื่อปีก่อน และการมียอดขานรอโอน (backlog) แนวราบสิ้นปี 2565 ที่รอส่งมอบ ซึ่งส่วนใหญ่รับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป รวมถึงการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 1/66 ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/65 นอกจากนี้การดำเนินงานของธุรกิจอื่น และบริษัทร่วมที่เกี่ยวเนื่องกับการเปิดเมือง เช่น ค้าปลีก โรงแรม ซึ่งคาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นตามการท่องเที่ยวไทยที่มีแรงหนุนจากจีนเปิดประเทศ


ทั้งนี้หากพิจารณารายบริษัท PSH ภาพธุรกิจ หลักอสังหาฯ ยังท้าทายทั้งการแข่งขันสูง และ ยอด Cancellation สูง ประกอบกับแบ็กล็อกรอโอนฯ ปีนี้มีค่อนข้างน้อย ทำให้การสร้างยอดโอนฯ ต้องมาจากการขายสต๊อกโครงการเดิม และเปิดโครงการแนวราบใหม่มากขึ้น ซึ่งจากแผนปีนี้จะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังเป็นส่วน ใหญ่ โดยเฉพาะไตรมาส 4/66 คงต้องติดตามว่าจะสามารถเปิดได้ครบและรับรู้รายได้ทันปีนี้ จึงคงคำแนะนำ SWITCH ไป AP, LH และ SIRI


สำหรับ AP คาดกำไรไตรมาส 1/66 ที่ 1.42 พันล้านบาท ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามยอดโอนฯ อ่อนตัว เนื่องจากงวดปีก่อนโอนฯ แนวราบและคอนโดฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส แต่เติบโต 23% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการโอนฯ แนวราบและ 2 คอนโดมิเนียมใหม่ (เป็น JV 1 โครงการ) หนุนต่อยอดโอนฯ และส่วนแบ่งกำไร


นอกจากนี้มาร์จิ้นขายดีขึ้น 1.5% จากการโอนฯ บ้านเดี่ยวมาร์จิ้นสูง และค่าใช้จ่ายขายบริหารลดลงตามเปิดโครงการใหม่ที่มีไม่มาก แนะนำ Outperform ราคาเป้าหมายที่ 15.50 บาท


ส่วน LH นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 เบื้องต้นคาดที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลง 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 30% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรที่ปรับลดลงมาจากกลุ่ม residential เป็นสำคัญ ตาม presale ที่ไม่ดีนัก


ขณะที่ประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 8.88 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน มีโอกาส downside เช่นกัน อย่างไรก็ตามด้าน net profit จะมี downside จำกัด เพราะในครึ่งหลังของปีนี้มีแผนการขายสินทรัพย์ 1-2 แห่ง ซึ่งจะรับรู้เป็น extra gain เข้ามาชดเชย จึงคงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท โดยจุดเด่นมาจากคาดปันผลจ่ายสูง 6.6% แต่ช่วงสั้นที่ขาด catalyst ใหม่ จึงแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ให้น้ำหนักครึ่งหลังของปีนี้น่าสนใจกว่า


ถัดมา SIRI นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 ที่ 1.46 พันล้านบาท หากไม่รวมกำไรขายโรงเรียน 500 ล้านบาท ประเมินกำไรปกติ 963 ล้านบาท เติบโต 361% จากไตรมาส 1/65 ที่มีฐานต่ำ จากการโอนฯ ต่อเนื่องของแนวราบ และคอนโดมิเนียมทั้งรูปแบบของบริษัทเอง และ JV หนุนต่อยอดโอนฯอีกทั้งส่วนแบ่งกำไรสูงขึ้น รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายลดลง


แต่หากเทียบกำไรปกติในไตรมาส 1/66 กับไตรมาส 4/65 จะลดลง 45% ตามปัจจัยฤดูกาล คงแนะนำ Outperform ด้วยราคาเป้าหมาย 2.32 บาท


SC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 1/66 ที่ 552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการส่งมอบต่อเนื่อง ของแนวราบ และโอนฯ ของ 3 คอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างเสร็จตั้งแต่ไตรมาส 4/65 คาดหนุนยอดโอนฯ เติบโต 25% จากไตรมาส 1/65 เท่ากับ 4.5 พันล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม 22 ล้านบาท (งวดปีก่อนรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน 5 ล้านบาท)


แต่หากเทียบกำไรไตรมาส 1/66 กับไตรมาส 4/65 คาดลดลง 43% ตามเหตุปัจจัยฤดูกาล คงแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 5.10 บาท


SPALI นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า คาดไตรมาส 1/66 กำไรต่ำสุดของปีอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 53% จากไตรมาสก่อนหน้า เหตุจากมาร์จิ้นขายอ่อนตัว เนื่องจากการโอนฯ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มแนวราบที่มีมาร์จิ้นน้อยกว่าคอนโดมิเนียม (ไตรมาส 1/66 สัดส่วนแนวราบ 70% ส่วนไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 56% และไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 60% งวด)


โดยคาดว่าไตรมาส 2/66 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และต่อเนื่องไปถึงครึ่งหลังของปี หนุนจากแผนเปิดแนวราบใหม่จำนวนมาก และโอนฯ 2 คอนโดมิเนียมใหม่ช่วงไตรมาส 2/66 และ 3/66 ทั้งนี้ ราคาหุ้นขาดปัจจัยขับเคลื่อนระยะสั้น จึงแนะนำ NUETRAL ราคาเป้าหมาย 29.50 บาท


ORI นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า คาดพรีเซลไตรมาส 1/66 เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาสที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมาจากแนวราบ 21% หรือ 2.52 พันล้านบาท และที่เหลือ 79% มาจากคอนโดมิเนียมราว 9.48 พันล้านบาท


โดยไตรมาส 1/66 เปิดรวม 7 โครงการ มูลค่า 1.15 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตดีจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 13.15 บาท


NOBLE นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ทิศทางครึ่งแรกของปี 2566 ไม่ได้โดดเด่น เนื่องจากไม่มีการส่งมอบคอนโดมิเนียมใหม่ และการประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2565 หุ้นละ 0.2 บาท คิดเป็น Div. Yield 3.6% ไม่ได้จูงใจมาก และเป็นระดับใกล้เคียงกับบริษัทอื่นในกลุ่มอสังหาฯ


ประกอบกับราคาเป้าหมายใหม่ปี 2566 อยู่ที่ 4.24 บาท ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน (อิง PER 8 เท่า) จึงปรับลดเป็น SWITCH ไปยัง AP ที่ราคาหุ้นมี upside และปันผลจูงใจมากกว่าในระดับเกิน 5% ต่อปีรวมถึงพอร์ตสินค้าที่มีความสมดุลของทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมทำให้การทำกำไรมีเสถียภาพมากกว่า


QH นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 น่าจะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่ต่ำ ในขณะเดียวกันจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะแบ็กล็อกทยอยโอนไปมาก ในขณะที่การขายใหม่ยังเห็นสัญญาณชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/65 ที่ผ่านมา


สำหรับปี 2566 คงกำไรสุทธิที่ 2.73 พันล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน โดยการเติบโตหลักยังมาจากส่วนแบ่งกำไรฯ ส่วนของ residential business ที่คาดโตเล็กน้อยจากกลุ่ม low-rise โดยรวมยังไม่เห็น story ที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งยัง conservative กว่ากลุ่มอสังหาฯ มาก จึงคงคำแนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 2.50 บาท


และสุดท้าย LPN นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 1/66 จะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากยอดขายเคลียร์สต็อก แต่กำไรจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 4/65


ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายในไตรมาส 1/66 จะอยู่ในกรอบ 21-22% เทียบกับ22.0% ในไตรมาส 1/65 และไตรมาส 4/65 โดยโครงการลุมพินีทาวน์ชิป รังสิต-คลอง1 (มูลค่าโครงการ1.2 พันล้านบาทจองแล้ว 10%) เริ่มโอนไตรมาส 1/66 ด้านรายได้ค่าเช่าและบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า


ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากมีกำหนดการเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ คงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
SCB ผนึก 3 ยักษ์ทองคำ เปิด “Gold Marketplace” ชูลงทุนทอง USD ผ่าน e-FCD ต่อยอด Wealth Platform รับคนรุ่นใหม่
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us