Official Update :

MTC ปั้นพอร์ตสินเชื่อคงค้างแตะ 1.5 แสนลบ. ไตรมาส 2 เตรียมเปิดสาขาครบ 600 แห่ง วางแผมคุมเข้ม NPL ไม่เกิน 3.5%

MTC รุกขยายสาขาต่อเนื่อง คาดไตรมาส 2/66 เปิดครบ 600 สาขา หนุนความต้องการสินเชื่อพุ่ง ดันพอร์ตรวมโตตามเป้า 20% หรือแตะ 140,000-150,000 ล้านบาท พร้อมคุม NPL ต่ำ 3.5% หลังแนวโน้มลูกหนี้ปรับตัวดีขึ้น หวัง credit cost ลดลงต่อเนื่อง


นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า  แนวโน้มการดำเนินงานในปี 2566 น่าจะเติบโตสอดคล้องกับสินเชื่อที่บริษัทตั้งเป้าหมายจะเติบโต 20% หรือพอร์ตสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ระดับ 140,000-150,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการขยายตัวของสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นหลัก


ทั้งนี้ แม้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาส 1/66 อาจชะลอตัวลง แต่เชื่อว่าในไตรมาส 2/66 ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีจะมีแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้น


สำหรับแผนการขยายสาขา ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่จำนวน 600 สาขา หรือคิดเป็นจำนวนสาขารวม 72,000 สาขา โดยสิ้นไตรมาส 1/66 เปิดสาขาใหม่แล้วจำนวน 294 สาขา ส่งผลให้มีจำนวนสาขารวม 6,962 สาขา ซึ่งบริษัทคาดว่าในไตรมาส 2/66 จะสามารถเปิดสาขาได้ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทจะมีจำนวนสาขาครบตามเป้าหมายที่วางไว้


ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดลานประมูลรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ ลานประมูลที่จังหวัดร้อยเอ็ด และลานประมูลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพิ่มรองรับจำนวนรถยึดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการปล่อยสินเชื่อของบริษัทที่เน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันประหลัก


ส่วนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้มีแนวโน้มดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยสัดส่วนลูกหนี้ที่มีโอกาสจะกลายเป็นหนี้เสีย หรือ Stage 2 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากบริษัทมีการติดตามและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าจะทำจุดสูงสุดภายในปีนี้ จากสิ้นปี 65 อยู่ที่ 2.9% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ในส่วนของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน


อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามบริหารจัดการ NPL สิ้นปี 2566 ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 3.5% ขณะที่ค่าเผื่อหนี้สูญหรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) บริษัทยังคงรักษาระดับไว้ที่ 105% ซึ่งเป็นระดับที่สมเหตุสมผล


ในส่วนของต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (credit cost) บริษัทคาดว่าจะมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่อง จากการบริหารจัดการลูกหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และการควบคุม NPL ให้อยู่ในระดับเป้าหมาย แม้ไตรมาส 1/66 credit cost จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.46% ซึ่งสูงกว่าสิ้นปี 2565 ที่อยู่ที่ 2.66% แต่บริษัทมองว่าเป็นการปรับตัวลดลงจากไตรมาส 4/65 ที่อยู่ที่ 4.33% ซึ่งบริษัทคาดหวังว่า credit cost จะมีแนวโน้มลดลงได้ต่อเนื่อง

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
รัฐบาลเร่งเยียวยาน้ำท่วม พยุงประชาชน-ธุรกิจฝ่าวิกฤต พักหนี้-เติมสภาพคล่อง ลดผลกระทบ หนุนกลุ่มแบงก์-เช่าซื้อ-หุ้นอิงกำลังซื้อภายใน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us