Official Update :

เมื่อนักท่องเที่ยวจีนกลับมา หุ้นเหล่านี้จะกำลังโดดเด่น

อุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่คอยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนนักท่องเที่ยวจีนก็เป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตให้แก่อุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากจีนได้มีการเปิดประเทศให้ประชากรเดินทางออกมาได้ปกติ


สำหรับภาคเอกชน หรือ บริษัทจดทะเบียน จึงได้รับประโยชน์จากปัจจัยสนับสนุนข้างต้นนี้ แต่ในภาคการลงทุนเองนักลงทุนหลายคนอาจจะมองว่าถึงเวลาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องได้หรือไม่ ในวันนี้เราจะพาไปชมมุมมองของนักวิเคราะห์กัน


โดยบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะแตะระดับ 1 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดตั้งแต่ต้นปี 66 โดยช่วง ม.ค.อยู่ในระดับ 0.1 ล้านคน ก่อนเพิ่มสู่ 0.27 ล้านคนใน มี.ค. 66 และเป็นระดับใกล้เคียง Pre-COVID นับจาก ต.ค. 66 โดยเห็นสัญญาณจากกำลังให้บริการสายการบินประจำล่วงหน้าและคำร้องขอเพิ่มเที่ยวบินแบบเหมาลำ


ทั้งนี้เมื่ออิงฐานนักท่องเที่ยวช่วง 4 เดือนแรกปี 66 เฉลี่ยเดือนละ 2.15 ล้านคน หากรวมเพียงนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มช่วงไตรมาส 4/66 เดือนละ 0.7 ล้านคน ยังบ่งชี้ภาพนักท่องเที่ยวทั้งปีจะปิดกรอบบนที่ Consensus ประเมินปี 66 ไว้ที่ 28-30 ล้านคน เป็นภาพบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มอิงลูกค้าจีน อาทิ AOT, AAV, SPA, ERW, CENTEL, CPALL, MAKRO, CRC


สำหรับมุมมองหุ้นรายตัวเริ่มกันที่ AOT บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ให้คำแนะนำ ซื้อกำหนดราคาเป้าหมายที่ 86 บาท เนื่องจากมองบวกกับแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 66 หลังจากที่บริษัทจะยุติมาตรการช่วยเหลือทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการบินและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงประมาณการกําไรสุทธิปี 66 เอาไว้ที่ 1.39 หมื่นล้านบาทจากปีก่อนมีผลขาดทุน


ขณะที่ AAV บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ ซื้อกำหนดราคาเป้าหมายที่ 3.88 บาท เนื่องจากจะได้รับผลดีการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีนและราคาน้ำมันที่ลดลง จึงปรับประมาณกำไรปี 66 เป็น 602 ล้านบาท จากเดิมที่ 136 ล้านบาท และพลิกเป็นกำไรจากปีก่อนขาดทุน 8.03 พันล้านบาท


ด้าน SPA บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ ซื้อกำหนดราคาเป้าหมายที่ 15 บาท เนื่องจากผลประกอบการรายไตรมาสปี 66 จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาสจากนักท่องเที่ยวที่เร่งตัวขึ้นและกลับมาใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีฐานลูกค้าใหม่ในประเทศกับกลุ่มประเทศใหม่ๆ จึงประมาณการกำไรปี  66 อยู่ที่ 199 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน


ส่วน ERW บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “TRADING” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 5.40 บาท เนื่องจากในไตรมาส 2/66-3/66 จะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น แต่อย่างไรก็ดี การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงครึ่งปีหลังปี 66 หากใกล้เคียงภาวะปกติหรือที่ราว 9 แสนคนต่อเดือน จะหนุนกำไรปี 2566 มีโอกาสดีกว่าที่คาดไว้ที่ 568 ล้านบาท โดยปีก่อนขาดทุนอยู่ที่ 265 ล้านบาท 


สำหรับ CENTEL บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “TRADING” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 53.50 บาท โดยผลประกอบการไตรมาส 2/66-3/66 ยังฟื้นตัวเด่น จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่องและกำไรจะกลับมาเติบโตเด่นอีกครั้งในไตรมาส 4/66 ตามปัจจัยด้านฤดูกาล ประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 1.8 พันล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 367% อย่างไรก็ดีการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงครึ่งปีหลังปี 66 จะทำให้เกิดอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร


ด้าน CPALL บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ ซื้อกำหนดราคาเป้าหมายที่ 75 บาท โดยคาดผลการดำเนินงานจะออกมาโตเนื่อง จากอานิสงส์ของการเปิดประเทศ ทำให้คาดเห็นรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้ามาต่อเนื่อง และมองปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งโดยจะช่วยหนุนทั้งธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ และธุรกิจค้าส่งจากการเติบโตของ HoReCa จึงประมาณการกำไรสุทธิปี 66 ที่ 1.92 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 46%


ขณะที่ MAKRO บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “ซื้อ” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 48 บาท พร้อมกับประมาณการกำไรปี 66 ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 78% โดยกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง 66 จะเร่งตัวขึ้นจากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง ตามกำลังซื้อที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และภาระดอกเบี้ยจ่ายเริ่มลดลงหลังจากเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ซึ่งอัตราดอกเบี้ยใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 3-4% จากเดิม 4-5%


สุดท้าย CRC บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 50 บาท โดยแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/66 ยังโตต่อ ตามการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในไทยและอิตาลี  หนุนการเติบโตยอดขายสาขาเดิม ในขณะที่แรงกดดันต้นทุนค่าไฟจะผ่อนคลายลงตั้งแต่พ.ค.เป็นต้นไป จึงคงคาดกำไรสุทธิทั้งปี 8.65 พันล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 21%


กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us