“เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์” หรือ GFC เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 60 ล้านหุ้น คาดพร้อมเทรดใน mai ไตรมาส 3/66

เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ หรือ GFC ผู้นำด้านการให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยาก รายแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 60 ล้านหุ้น คาดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในไตรมาส 3/66 พร้อมนำเงินระดมทุนขยายสาขา-ลงทุนกิจการที่เกี่ยวข้อง คาดรายได้ปี 66 โตไม่ต่ำกว่าอุตสาหกรรม IVF ที่ระดับ 6%


นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC เปิดเผยว่า GFC จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 60 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ


โดยคาดว่า GFC จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ภายในไตรมาส 3/66 และถือหนึ่งในผู้นำให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยาก รายแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ปัจจุบัน GFC มีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 80 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 160 ล้านหุ้น และภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทัพย์ฯ จะมีหุ้นสามัญเพิ่มเป็น 220 ล้านหุ้น และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ   


ส่วนวัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะนำไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ใช้ลงทุนขยายคลินิก GFC สาขาสุวรรณภูมิ พระราม 9 งบประมาณราว 450 .87 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 4/66 เพื่อรองรับปริมาณลูกค้ามที่มากขึ้น รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมนักเทคนิคการแพทย์ เพื่อเพิ่มจำนวนนักเทคนิกการแพทย์ให้สอดคล้องกับการขยายตัวของบริษัท


รวมถึงโครงการคลินิกสาขาอุบลราชธานี งบประมาณราว 35 ล้านบาท ซึ่งมีแผนจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 1/67 เพื่อขยายฐานการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากไปยังกลุ่มลูกค้าในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง โดยเป็นการร่วมทุนกับแพทย์ในพื้นที่ โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 60%


นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้อง โดยมีแผนลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น โครงการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยาก เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพให้มากยิ่งขึ้น


GFC มีศักยภาพในการเติบโตที่ดี โดยกำไรสุทธิปี 2563 ถึงปี 2565 อยู่ที่ 66.55 ล้านบาท 69.63 ล้านบาท และ 65.68 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 31.04 ร้อยละ 28.76 และ ร้อยละ 23.81 ของรายได้จากการให้บริการ ซึ่งสาเหตุที่กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิในปี 2565 ลดลงเมื่อเทียบจากปี 2564 เนื่องมาจากกลุ่มบริษัทฯมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มสูงขึ้น


แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภายหลังจากคลินิก GFC สาขาสุวรรณภูมิ พระราม 9 แล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ จะส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น


ด้านนายกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถโอกาสการเติบโตในอนาคต สู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ภายใต้นวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย


ทั้งนี้ บริษัทมีศักยภาพการเติบโตในการเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2566 จะเติบโตไม่ต่ำกว่าการเติบโตของตลาด IVF ไทย ซึ่งมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ราว 6% ต่อปี


ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2563-2565) มีรายได้จากการให้บริการ 214.42 ล้านบาท 242.12 ล้านบาท และ 275.91 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้จากการให้บริการของกลุ่มบริษัทฯสอดคล้องกับจำนวนผู้เข้ามารับบริการรักษาภาวะมีบุตรยาก ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก ด้วยวิธี ICSI เป็นรายได้หลัก


ส่วนนพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ กรรมการบริหาร GFC กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนจากความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล แต่มองว่าปัญหาจะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งภาวะตลาดปัจจุบันอาจเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้าลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพ ซึ่ง GFC ก็เป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งทางการเงิน มีอัตราการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% และมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องตามอุตสาหกรรมที่ขยายตัว

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us