SJWD ลั่นรายได้ปีนี้ทะยาน 3 หมื่นลบ. เล็งปั้นการเติบโต 3 ปีข้างหน้าเฉลี่ยปีละ 12% พร้อมทุ่มงบเล็งซื้อกิจการ 2 หมื่นลบ.ใน 5 ปี
SJWD คาดรายได้ปี 2566 จะอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท หลังควบรวมงบ SCGL พร้อมกางแผนระยะยาวตั้งเป้ารายได้โตเฉลี่ย 12% ต่อปีตลอดช่วง 3 ปีข้างหน้า เตรียมทุ่มงบดีลซื้อการช่วง 5 ปี กว่า 2 หมื่นล้านบาท
นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD เปิดเผยว่า ภายหลังการควบกันระหว่าง JWD และ SCGL จะช่วยหนุนภาพรวมการเติบโตในปีนี้ให้แก่บริษัท โดยได้วางเป้าหมายรายได้ปีนี้อยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตตามธุรกิจเดิมของทั้ง 2 บริษัท สำหรับสัดส่วนรายได้จะแบ่งสัดส่วนเป็นรายได้จากในประเทศไทยประมาณ 90% และต่างประเทศอีก 10%
ขณะเดียวกันบริษัทได้ตั้งงบลงทุนรวมในปีนี้ราว 3.5-5 พันล้านบาท เพื่อรองรับการทำดีลซื้อกิจการ ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ระหว่างเจรจากว่า 10 รายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิม และคาดหวังว่าจะสามารถปิดดีลซื้อกิจการได้ในช่วงครึ่งปีหลังปี 66 ได้อย่างน้อย 1 ราย โดยขนาดของธุรกิจหรืองบลงทุนจะมีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่ JWD
สำหรับแหล่งเงินทุน บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งหลังจากควบรวมบริษัท และยังมีหนี้สินต่อทุน(D/E)ที่ค่อนข้างต่ำหรืออยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1 เท่า จึงมั่นใจว่าจะเพียงพอต่อการทำดีลซื้อกิจการและเสริมศักยภาพให้แก่ธุรกิจในอนาคต
รวมไปถึงมีแผนออกหุ้นกู้วงเงินประมาณ 4 พัน ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอให้ทริสเรตติ้งจัดอันดับเครดิตเรตติ้งใหม่อีกครั้งเพื่อให้ต้นทุนทางการเงินถูกลง ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกหุ้นกู้ได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกรกฎาคมนี้
ทั้งนี้บริษัทได้วางเป้าหมายระยะยาวในปี 69 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า จะมีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 12% โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 30% ตามการเติบโตแบบภายใน (Organic) ที่บริษัทได้วางยุทธศาสตร์ในการขยายธุรกิจในไทยและอาเซียน
ขณะเดียวกันล่าสุดเตรียมเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เอสซีจี อินเตอร์ เวียดนาม จำกัด หรือ SCG Inter Vietnam จากบริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตามแผนงานที่วางไว้และคาดว่าการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวจะแล้วเสร็จในวันที่ 1 มิถุนายน 2567
โดยบริษัทคาดว่าในช่วงแรกจะรับรู้รายได้จาก SCG Inter Vietnam 800-1พันล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ได้วางแผนร่วมมือกับ Transimex Corporation ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำในประเทศเวียดนามเพื่อร่วมกันขยายธุรกิจในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการขยายขอบเขตการบริการไปยังธุรกิจใหม่ บริษัทได้ต่อความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนของทั้ง 2 ฝ่าย กับ Cambodia Railway พาร์ทเนอร์จากกัมพูชา เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนจากกัมพูชา-ไทย ในรูปแบบแบบ “ไฮบริด โมเดล” ครอบคลุมการขนส่งทางรางและทางรถ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการให้บริการและช่วยลดต้นทุนแก่ลูกค้า
พร้อมกันนี้บริษัทยังได้วางแผนการเติบโตจากภายนอก (Inorganic) ด้วยการวางแผนขยายธุรกิจเดิมและรุกให้บริการใหม่ ๆ ผ่านการร่วมทุนและทำดีลซื้อกิจการ โดยบริษัทได้วางงบลงทุนในช่วง 5 ปีนี้(2566-2570) ไว้ราว 2 หมื่นล้านบาทหรือเฉลี่ยปีละ 3.5-5 พันล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
