วิเคราะห์พื้นฐาน! 8 หุ้นไทย ลุยธุรกิจในเวียดนาม เตรียมรับผลดี เมื่อแบงก์ชาติลดดอกเบี้ย

หลังจาก ธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% นับเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของเวียดนาม จะเป็นประโยชน์ต่อการบริโภคและการลงทุน หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว ดังนั้นหากย้อนกลับมาสำรวจบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยกันบ้าง จะมีบริษัทไหนได้รับผลบวกจากประเด็นดังกล่าว Wealthy Thai รวบรวมมาให้แล้ว


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ประเด็นธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% นับเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ มีผล 25 พ.ค.  คือ ลด Overnight interbank rate เหลือ 5.5%  จาก 6% และ Refinance rate เหลือ 5% จาก 5.5%  อัตราดอกเบี้ยเงินฝากไม่เกิน 6 เดือน เหลือ 5% จาก 5.5%


โดยฝ่ายวิจัยประเมินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของเวียดนามคาดจะกระตุ้นเศรษฐกิจเวียดนาม และการบริโภคซึ่งคิดราว 55%ของ GDP ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นที่มีธุรกิจในเวียดนาม อาทิ SNNP , CRC, AMATA มีรายได้จากเวียดนามในปี 65 ที่ 11%, 24% และ 33% ของรายได้ ตามลำดับ


ทั้งนี้ หลังจากที่นำเสนอข้อมูลเบื้องต้น หุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากแนวโน้มนโยบายการเงินเวียดนามที่กำลังผ่อนคลาย จะเป็นประโยชน์ต่อการบริโภคและการลงทุน หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว พบว่า ยังมีหุ้นที่น่าสนใจอีกบางส่วนที่มีฐานรายได้จากเวียดนาม อาทิ SCGP (14.8% ของรายได้) TOA (8% ของรายได้) BJC (8% ของรายได้) WHA  (15% ของรายได้) CPF (20% ของรายได้) บวกกับ ชุดหุ้นที่นำเสนอดังกล่าว AMATA, CRC, SNNP หุ้นน่าสนใจจึงมองที่ AMATA, CPF, TOA, WHA


SCGP รับอานิสงส์เศรษฐกิจขยายตัว

จากหุ้นที่นักวิเคราะห์รวบรวมมานั้น หากเข้าไปสำรวจปัจจัยพื้นฐานพบว่า นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” SCGP โดยกำหนดราคาเป้าหมาย 62 บาท ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้


1.อุปสงค์ของ Packaging ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1/66 และต่อเนื่องมาที่ไตรมาส 2/66 ตามเศรษฐกิจที่กลับมาขยายตัวทั้งไทย-อาเซียน รวมถึงการเปิดเมืองของจีน และคาดว่าในครึ่งหลังปีนี้จะแข็งแกร่งต่อ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร/เครื่องดื่ม อาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะหนุนทั้งปริมาณขายและราคา แต่การแข่งขันก็ยังมีสูงอยู่


2.ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนคลี่คลาย หนุนอัตรากำไรขยายตัว โดยเฉพาะราคาเศษกระดาษที่ลดลงราว 27% ใน 4 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบเฉลี่ยปีก่อน จากค่าระวางเรือที่ลดลง 71% ในช่วงเดียวกัน อีกทั้งต้นทุนพลังงานก็ลดลงด้วย


3. เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตต่อทั้ง Organic (ขยายการลงทุนโครงการต่อเนื่อง) และ Inorganic ผ่านการควบรวม/ซื้อกิจการ โดยเป้าหมายปี 68 จะปั้นรายได้ให้เป็นเท่าตัวเมื่อเทียบปี 63 และหากทำได้จริง จะเป็น Upside ต่อการเติบโตของกำไร


TOA กำไรปีนี้เด่น

ถัดมา TOA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อราคาเป้าหมาย 41 บาท แนวโน้ม Gross margin ซึ่งเริ่มฟื้นในไตรมาส 1/66 ที่ 32.8% ยังมีโมเมนตัมดีต่อเนื่องในไตรมาส 2/66 ปรับขึ้นมาที่ 34% จากต้นทุนยังปรับลงต่อเนื่องทั้งต้นทุนแพงหมดลง, การใช้ Tio2 (20% ของต้นทุน) จีน ซึ่งราคาถูกกว่า ใช้เพิ่มขึ้น รวมถึง การผลักดันสินค้ากลุ่มสี Premium (High margin) ทำได้ดีขึ้น ภายใต้รายได้ที่ยังเติบโต Double digit growth จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากปรับราคาปีก่อนและกิจกรรมเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น


โดยรวมมองกำไรปี 66 ถือเป็นปีที่ดี ที่จะทำได้กว่า 2.1 พันล้านบาท เติบโต 53%จากปีก่อน ภายใต้ธุรกิจที่แกร่ง Market share เกือบ 50% และสินค้าจีนเข้ามาแข่งมีน้อย เชิง Tactical ค่าแรงขั้นต่ำมีผลกระทบทางตรงน้อย จากส่วนใหญ่เน้นระบบ Automation และผลทางอ้อมยังปานกลาง จากผลบวกทั้งกำลังซื้อเพิ่ม รวมถึง โอกาสแย่ง Market share สินค้าทดแทนอื่นเพิ่มจากสีเป็นการตกแต่งที่ต้นทุนถูกสุด จะชดเชยผลกระทบต้นทุนตกแต่งที่เพิ่มขึ้น


BJC ยอดขายโต

BJC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ยังแนะนำ ซื้อเก็งกำไร” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 44 บาท โดยมองว่า BJC จะสามารถรักษาโมเมนตัมการโตในไตรมาส 2 ได้ดี นำโดยกลุ่ม Modern Trade ที่ได้ประโยชน์จากเทศกาลต่างๆ รวมถึงการท่องเที่ยว ผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตเดิม (ยอดขายโต double-digits และ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขั้น 75 – 100 bps)


ทั้งนี้ปัจจัยที่อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้นได้แก่นโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยบริษัทมองว่าการขึ้นค่าแรงจะกระทบบริษัทอย่างจำกัด เนื่องจากมีพนักงานที่ต้องปรับค้าแรงเพียงแค่ 30% ของพนักงานทั้งหมด ประเมินว่าการขึ้นค่าแรง 10% จะกระทบกับกำไรสุทธิราว 2%


WHA แผนเปิดนิคมใหม่

WHA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5 บาท จาก presale ที่จะเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูงช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 57 รวมทั้งผู้ผลิตรถ EV และ supply chain ที่จะเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ประเมินว่าบริษัทมีพื้นที่รองรับการขายที่ดินให้ลูกค้ารายใหญ่ได้ จากการจัดหาพื้นที่ขายเพิ่มขึ้น, พัฒนา และมีแผนที่จะทยอยเปิดนิคมใหม่ใน 1-2 ปีนี้ จึงเชื่อว่าหุ้นควรที่จะกลับมาเทรด premium


CPF ราคาหมูเวียดนามพุ่ง

CPF นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น CPF ราคาเป้าหมาย 24.50 บาท เนื่องจากมูลค่าหุ้นที่ถูกมาก ณ ปัจจุบัน แต่แนะนำว่าไม่ต้องรีบร้อนเข้าลงทุนในหุ้น CPF เนื่องจากยังคงไม่เห็นสัญญาณว่าราคาหมูจีนจะฟื้นตัวกลับมาปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ราคาหมูไทยยังคงอยู่ในช่วงขาลง


ขณะที่ผู้บริหารมองว่าราคาหมูจีนมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จากการคาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะเข้าไปซื้อหมูเข้าสต๊อกสำรองในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 และอัตรากำไรของ CTI ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2566


รวมทั้งบริษัทคาด CTI มีแนวโน้มขาดทุนลดลงในไตรมาส 2/66 ก่อนที่จะพลิกกลับไปเป็นกำไรหลักในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 เนื่องจากราคาหมูจีนที่ปรับตัวสูงขึ้นและต้นทุนการเลี้ยงที่ลดลง นอกจากนี้กำลังซื้อที่ปรับตัวดีขึ้นในประเทศเวียดนามได้ ส่งผลให้ราคาหมูเวียดนามปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 50,000 ดอง/กก. ไปเป็น 54,000 ดอง/กก. ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. และคาดว่าโมเมนตัมของราคาหมูเวียดนามที่ฟื้นตัวจะแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไปอีกในช่วงครึ่งหลังของปี 2566


AMATA
มีแผน spin off ธุรกิจ utilities เข้า IPO

AMATA นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ`ซื้อ` ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท โดย AMATA ยังคงเป้าจองซื้อที่ดินปี 66 ในประเทศไทยที่ 1500 ไร่ และในประเทศเวียดนาม 750 ไร่ ปัจจัยด้านค่าแรงขั้นต่ำที่อาจจะมีการปรับขึ้นไม่มีผลมากนักต่อการตัดสินใจลงทุน เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นๆที่สนับสนุน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน สิทธิในการถือครองที่ดิน ห่วงโซ่อุปทานที่เข้ามาลงทุนก่อนหน้า และมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ บริษัทมีแผน spin off ธุรกิจ utilities เข้า IPO คาดเสร็จสิ้นในปี 67


CRC
กำไรปกติทั้งปีจะโตกว่า 25%

CRC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50 บาท โดยชอบ CRC จาก คาดเป็นหุ้นค้าปลีกที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ, คาดกำไรปกติทั้งปีจะโตกว่า 25% เป็น 8.65 พันล้านบาทเหนือกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด, นอกจากนั้น ยังมีโอกาสเกิด upside ได้ หาก SSSG ทั้งปี 66โตดีกว่าเราคาดไว้ที่ 7% โดยทุก 1% ที่ดีกว่าคาดจะมีผลต่อกำไร 2-4%


SNNP
มี upside จากการรุกทำตลาดในประเทศใหม่

SNNP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 บาท โดย คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้ในประเทศและต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งชอบ SNNP จาก valuation น่าสนใจ และยังมี upside จากสินค้านวัตกรรม และการรุกทำตลาดในประเทศใหม่


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Where to put your money
YLG มั่นใจทองยังเป็นขาขึ้น แม้ระยะสั้นแกว่งตัว Sideway หนี้สาธารณะ-De-dollarization หนุน แนะทยอยสะสมโซน 4,000 ดอลลาร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัลพัฒนา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ ร่วมแสดงพระฉายาลักษณ์ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
DRT ส่งซิกผลงานไตรมาส 2/69 เติบโตตามแผน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
BDMS เพิ่มงบ WellEra รวมมูลค่า 2.9 หมื่นลบ. ขยายพื้นที่อาคารเพิ่มศักยภาพโครงการ รองรับธุรกิจ Wellness คาดแล้วเสร็จปี 73
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“AI” โอกาสลงทุน “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ศก.โลก ชี้เพิ่งอยู่ช่วงเริ่มต้น “วัฏจักรขาขึ้น” รอบใหญ่... ส่วน “หุ้นอวกาศ” อีกแนวโน้มการเติบโตแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us