Official Update :

ส่องไตรมาส 2 “กลุ่มออริจิ้น” ORI – BRI กำไรจะโตต่อเนื่องได้หรือไม่?

“กลุ่มออริจิ้น” เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย มีทั้งโครงการแนวราบ โครงการคอนโดมิเนียม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งไตรมาส 1/66 ที่ผ่านมา สองบริษัทที่เป็นแกนสำคัญอย่าง ORI หรือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และ BRI หรือ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรเติบโตโดดเด่น วันนี้ Wealthy Thai จึงมีแนวโน้มไตรมาส 2/66 ของ ORI และ BRI มาฝาก มาดูกันว่าทั้งสองบริษัทจะสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้ต่อเนื่องหรือไม่


ORI คาดพรีเซลทำนิวไฮต่อเนื่อง

มาเริ่มกันที่ ORI นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ไตรมาส 2/66 บริษัทตั้งเป้าพรีเซลเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า และทำนิวไฮต่อจากไตรมาส 1/66 หรือมากกว่าระดับ 12,000 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดโครงการสูง 10,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นโครงการแนวราบ 36% และคอนโดมิเนียม 64% ทั้งนี้ คาดแนวโน้มการโอนเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/66 ตามแบ็กล็อกที่รอโอนจำนวนมาก ดังนั้นโอกาสที่กำไรสุทธิไตรมาส 2/66 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าจึงมีความเป็นไปได้ แต่อาจจะลดลงจากไตรมาส 2/65 เนื่องจากฐานที่สูง


โดยบริษัทยังคงเป้าหมายปี 2566 มีแผนพัฒนาโครงการรูปแบบ JV ไม่ต่ำกว่า 20 โครงการ ทำให้การรับรู้ share premium ยังมีบทบาทสำคัญของกำไร ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและ service apartment (One Origin) คงแผน spin-off  ในไตรมาส 4/66 โดยตั้งเป้ามาร์เก็ตแคปสูง 15,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 3,650 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่ทำนิวไฮ 3,775 ล้านบาท  ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ เก็งกำไร ที่ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท โดยจุดเด่นมาจากแบ็กล็อกคอนโดมิเนียมรอโอนมากกว่าบริษัทอื่น ในขณะที่ปีนี้น่าจะเริ่มเห็นผลบวกจากการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อต่อยอด new S-Curve ในอนาคต


BRI ไตรมาส 2 เปิดโครงใหม่ 3.8 พันลบ.

ถัดมา BRI นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2/66 แผนเปิดตัวโครงการใหม่จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 3,800 ล้านบาท ไตรมาส 3/66 ที่ 4,300 ล้านบาท และคาดทำนิวไฮในไตรมาส 4/66 รวมมูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญหนุนพรีเซลและผลประกอบการของปี 2566 ให้เติบโตขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าทุกไตรมาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 1,593 ล้านบาท โต 8.29% จากปีก่อน


นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมิน BRI มีโอกาสปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินปันผลจาก 1 ครั้งต่อปี เป็น 2 ครั้งต่อปี แบ่งเป็นงวดการดำเนินงานครึ่งปีแรก และครึ่งปีหลังคล้ายกับอุตสาหกรรม จึงจะเป็นอีกหนึ่ง Catalyst ในการเก็งกำไรเมื่อเข้าใกล้ช่วงการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/66 ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2566 ที่ 13.40 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us