Official Update :

ส่องโอกาสการเติบโต 3 บริษัทในกลุ่ม EA ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบของไทย

Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจ 3 บริษัทในกลุ่ม EA กันบ้างว่า จะมีความน่าสนใจหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น EA, NEX และ BYD ที่ล่าสุดถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลดีจากยานยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายพรรคก้าวไกลยังมีเรื่องรถเมล์ไฟฟ้าทุกจังหวัด ทำให้นักวิเคราะห์ต่างมองว่าหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสได้รับอานิสงส์อีกด้วย


EA ส่งออก CEV เป็นโอกาสโต

มาเริ่มกันที่ EA โดยนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” EA ราคาเป้าหมายคงเดิมที่ 100 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา เป็นโอกาสเข้าซื้อ บนแนวโน้มเชิงบวกของทั้ง 3 ธุรกิจหลักในปี 66


1.คาดการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม 386 MW จะฟื้นตัวแรงหลังปริมาณการผลิตอ่อนแอช่วงสองปีที่ผ่านมา 2.คาดว่าโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (CEV) ของ EA จะดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิตเฟสแรกที่ 3,000 คัน ในปีนี้ หนุนโดยความต้องการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในการให้บริการขนส่งสินค้า 3.EA เร่งขยายกำลังการผลิตโรงงานแบตเตอรี่ Li-ion เป็น 2/4GWh ในปี 66-67 เพื่อรองรับการผลิต CEV ที่เพิ่มขึ้น


ทั้งนี้คาดปริมาณการผลิตรวมจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนของ EA สูงขึ้น 19% ในปี 66 และคาดธุรกิจนี้จะยังเป็นถึง 85% ของฐานกำไรของ EA ในปีนี้ (50% จากพลังงานแสงอาทิตย์ และ 35% จากพลังงานลม)  แม้การเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ และ EV กำลังจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตรอบใหม่ การทยอยเปลี่ยนแผงโซลาร์ในช่วงปี 65-66  น่าจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตของโครงการได้ 10-15%


ขณะที่การผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานลมได้ประโยชน์จากปรากฏการณ์เอลนีโญบนภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งจะมีลมพัดแรงและอาจมีภาวะภัยแล้งในปีนี้ หลังสถานการณ์ลมอ่อนแอมาสองปี (64-65) อีกทั้งยังคาดธุรกิจไบโอดีเซลพลิกกลับมาทำกำไรได้หลังมีผลขาดทุนในปีก่อนจากการใช้น้ำมันดีเซลสูงขึ้น และการปรับสูตรดีเซลมาตรฐานเป็น B7 (จาก B5) ตั้งแต่ไตรมาส 4/65


อีกทั้งคาดยอดขาย CEV ของ EA จะเพิ่มเป็น 3,000 คันในปี 66 (รถเมล์ไฟฟ้า 2,000 คัน และรถบรรทุกไฟฟ้า 1,000 คัน) จาก 1,080 คัน ในปี 65 EA จะส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการสาธารณะในกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าจากผู้ให้บริการขนส่งเริ่มสูงขึ้น เนื่องจากลูกค้าจำเป็นต้องลดปริมาณ Carbon footprint เพื่อการส่งออก


โดยมองการส่งออก CEV ไปยังมาเลเซีย เวียดนาม และประเทศอื่นในอาเซียน จะเป็นอีกโอกาสการเติบโตของ EA ภายใต้ประโยชน์จากการปลอดภาษีส่งออกยานยนต์ภายในเขต Asean ขณะที่ผู้เล่นจีนถูกเก็บภาษีนำเข้า 20-70% โดยยอดขาย CEV ที่เพิ่มขึ้นนี้ยังช่วยเร่งการขยายโรงงานแบตเตอรี่ Li-ion ของ EA ให้เร็วขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานเป็น 2/4GWh ในปี 66-67 (จาก 1GWh ในปี 65)


ดังนั้นราคาหุ้นที่ปรับตัวลงไม่สมเหตุสมผล โดยมีมุมมองต่างจากข้อกังวล 2 ประการของนักลงทุนที่มีต่อ EA คือ 1. เชื่อว่าเหตุไฟไหม้บนรถเมล์ไฟฟ้า และเรือไฟฟ้าของ EA นั้นเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ปัญหาด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 2.แม้มีการแข่งขันรุนแรงในตลาด EV โลก แต่ยังเชื่อว่า EA จะมีอัตรากำไรที่ดี


ทั้งนี้เนื่องจากมีการขาย EV เป็น solutions เต็มรูปแบบ แทนการขายผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชน์ หรือการให้บริการชาร์จแยกจากกัน การอ่อนตัวของราคาหุ้น จากความกังวลเหล่านี้จึงเป็นโอกาสเข้าซื้อในมุมมองของฝ่ายวิจัย โดยคาดว่าปี 66 จะมีกำไรสุทธิ 9,213 ล้านบาท เติบโต 21% จากปีก่อน


NEX ไตรมาส 2 โตเด่น

ส่วน NEX นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ยังคงแนะนำ ซื้อ โดยปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี2565 ลงมาอยู่ที่ 13.50 บาท เนื่องจากปรับลดประมาณการกำไรหลักลง นอกจากนี้ NEX จะเป็นส่วนสำคัญในปีนี้ และมองว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ดีในการเข้าซื้อหุ้น NEX ก่อนการเติบโตเทียบไตรมาสก่อน ในไตรมาส 2/66


ทั้งนี้คาดกำไรหลักไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 223 ล้านบาท พลิกกลับเป็นกำไรเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (ธุรกิจ EV เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ) และเพิ่มขึ้น 47%จากไตรมาสก่อน เนื่องจาก คาดว่ากำหนดการส่งมอบรถบัส EV จะเพิ่มขึ้นเป็น 750 คัน (จาก 563 คันในไตรมาส 1/66)


อย่างไรก็ตามปรับลดประมาณการกำไรหลักในปี 66 ลง 15% มาอยู่ที่ 1,616 ล้าน บาท (เพิ่มขึ้น 676%จากปีก่อน) เนื่องจากปัจจุบันปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นและและส่วนแบ่งกำไร เนื่องจากผลกระทบในเชิงบวกของการประหยัด จากขนาดยังไม่เป็นไปตามคาด ดังนั้นอัตรากำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรที่ออกมาน่าผิดหวัง จึงปรับอัตรากำไรขั้นต้นจาก 5.2% มาอยู่ที่ 4.6% และส่วนแบ่งกำไรจาก 1,238 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,093 ล้านบาท


BYD ลุ้นสัมปทานรถเมล์ไฟฟ้าเพิ่ม

ขณะที่ BYD ล่าสุดยังไม่มีบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายพรรก้าวไกล สะท้อนจากมุมมองนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  ระบุว่า ภายใต้นโยบายพรรคก้าวไกลอย่างรถเมล์ไฟฟ้าทุกจังหวัดภายใน 7 ปี มองว่าเป็นบวกต่อ EA, BYD จากยอดขายแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นและเป็นบวกต่อ BYD จากโอกาสที่จะได้รับสัมปทานการเดินรถเมล์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us