BLC ผู้นำธุรกิจยาของประเทศไทย โตด้วยเมกะเทรนด์ Aging Society
Aging Society คือหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่เติบโตรวดเร็วมากๆ ของประเทศไทย ในขณะที่ประชาชนอายุยืนยาวมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็ถามหามากขึ้นตามไปด้วย เกิดกระแสตอบรับที่ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้ธุรกิจสุขภาพเติบโตไปด้วยพร้อมๆ กันกับเทรนด์นี้
หุ้น BLC หรือ บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจผลิตยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจยาและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพแบบครบวงจรของไทย โดยมีความตั้งใจให้คนไทยเข้าถึงยาคุณภาพดีและมีความมั่นคงทางด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน
BLC เริ่มต้นมาจาก Vision ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมียาคุณภาพดีของคนไทย มีผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง 3 ท่าน ซึ่งเป็นเพื่อนเรียนคณะเภสัชศาสตร์รุ่นเดียวกันมาก่อน และมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ภก.ศุภชัย สายบัว ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการจะมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต ภก.สมชัย พิสพหุธาร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน เน้นเรื่องการบริหารและการเงิน และภก. สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลเรื่องการตลาด
โดย BLC มีสินค้าที่ผลิตและจัดจำหน่าย 2 กลุ่มด้วยกัน คือ
1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ยา (Pharmaceuticals) ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ (Generic Drugs and New Generic Drugs) ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร (Herbal Medicines) และผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ (Animal Medicines)
2.ผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ อย่างเครื่องสำอาง (Cosmetic) สำหรับบำรุงผิวหน้าและผิวกายในรูปแบบต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplement) สำหรับดูแลสุขภาพและความงาม
ธุรกิจทั้งหมดเป็นธุรกิจที่เกื้อหนุนและสอดคล้องกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมของการเป็น Trusted Solutions for Lifelong Well-Being ภายใต้ตลาดยาขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดในปี 2564 มากกว่า 2.2 แสนล้านบาท และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเติบโตย้อนหลังเฉลี่ย 5 ปี 2560-2564 ประมาณ 7% ต่อปี
ในปี 2565 บริษัทฯมีรายได้จากการขายเป็นสัดส่วนดังต่อไปนี้
-
กลุ่มผลิตภัณฑ์ยา (Pharmaceuticals)
-
ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ 71% - ยาที่มีตัวยาสำคัญเหมือนกับยาต้นแบบหรือยาจดสิทธิบัตรที่หมดอายุสิทธิบัตรแล้ว
-
ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร 7% - ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพร ซึ่งสามารถหาวัตถุดิบได้จากภายในประเทศมาผลิตตามมาตรฐานสากลเป็นยาสมุนไพร
-
ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ 6% - ยาสำหรับสัตว์เศรษฐกิจต่างๆ เช่น สุกร สัตว์ปีก โคนม สัตว์น้ำ
-
กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ (Other health-related products)
-
เครื่องสำอาง 12% - ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิวหน้า ผิวกาย ในรูปแบบต่างๆ
-
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 3% - ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลข้อต่อ กล้ามเนื้อ กระดูก และบำรุงสายตา
-
ผลิตภัณฑ์อื่นๆ 1% - เช่น เจลหล่อลื่น สเปรย์กันยุง
กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ BLC เป็นผู้ผลิตยาที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดในระดับสากลทางด้านมาตรฐานกระบวนการที่ดีในการผลิตยา มีการนำเทคโนโลยีการผลิตและการควบคุมคุณภาพที่ทันสมัย บริษัทมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมและหลากหลาย ผ่าน 6 ช่องทาง ได้แก่ ร้านขายยา, สถานพยาบาล (โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกทั่วไป), ร้านค้าสมัยใหม่ (Modern trade), ผู้ประกอบการฟาร์มปศุสัตว์, การส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ (Selling Agent) และ E-Commerce
BLC มีช่องทางจัดจำหน่ายหลักคือร้านขายยาซึ่งมีสัดส่วน 51% และช่องทางโรงพยาบาลอีก 34% นับว่า BLC มีโอกาสในการเจาะตลาดเข้าไปในตลาดยาของโรงพยาบาลได้อีกมาก รวมไปถึงตลาดยาที่กำลังเติบโตจากการที่มีกระแสการใส่ใจสุขภาพของคนไทยเพิ่มขึ้นหลังการระบาดของ COVID-19 จำนวนประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น การเข้าถึงการรักษาที่ดีภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และผู้ป่วยต่างชาติที่มีแนวโน้มกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลไทยมากขึ้น
ในมุมของรายได้และกำไรที่ผ่านมา BLC มีรายได้และกำไรดังต่อไปนี้
รายได้จากการขาย
ปี 2563 – 1,080.7 ล้านบาท
ปี 2564 – 1,087.5 ล้านบาท
ปี 2565 – 1,296.1 ล้านบาท
กำไรสุทธิ
ปี 2563 - 13.7 ล้านบาท
ปี 2564 - 51.1 ล้านบาท
ปี 2565 – 129.7 ล้านบาท
ใน ปี 2565 BLC มีการเติบโตของรายได้จากการขายที่ 19.2% และกำไรเติบโตสูงถึง 153.8% จากปีก่อนหน้า นับว่าผลประกอบการของบริษัทแม้จะได้รับผลกระทบจากการปิดเมืองในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้กำไรสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเจอกับวิกฤต
ใน ปี 2565 บริษัทใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 70-80% ถือว่าค่อนข้างเต็มแม้บริษัทจะสามารถเปิดทำงานกะที่ 2 ได้ อย่างไรก็ตามหลังการเปิดเมือง การเติบโตของการบริโภคภายในประเทศจะกลับมาดังเดิม ทำให้เป็นโอกาสของบริษัทที่จะทำการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
BLC มีแผนการเติบโตด้วยการลงทุนในโรงงานใหม่ของบริษัทมูลค่า 812 ล้านบาท ซึ่งมีโอกาสให้ IRR สูงถึง 22% มีระยะเวลาการคืนทุนเพียง 7 ปีเท่านั้น โดยโรงงานใหม่ของบริษัทจะเพิ่มกำลังการผลิตยาแผนปัจจุบันประมาณ 193% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในปี 2565
เพื่อตอบรับกับวิสัยทัศน์ของบริษัท กับการเป็น Trusted Solutions for Lifelong Well-Being การเข้าตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ สามารถต่อยอดธุรกิจด้านสุขภาพครบวงจร เสริมความแข็งแกร่ง เร่งการเติบโตเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในตลาดขนาดใหญ่ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของทีมงานและหน่วยงานวิจัย พัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน พัฒนาสังคมให้ดีขึ้นพร้อมๆ กับเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กลับมาเติบโต

