“สามารถ เอวิเอชั่นฯ” หรือ SAV คาดเข้าเทรดกระดาน SET ในปีนี้ ชี้ธุรกิจวิทยุการบินลงทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง
SAV เตรียมเสนอขายเสนอขายหุ้น ไอพีโอ 224 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 35% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท คาดเข้าซื้อขายตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในช่วงปลายปีนี้ หวังนำเงินชำระหนี้-เงินทุนหมุนเวียน ชูจุดเด่น เป็นผู้ให้บริการด้านวิทยุการบินอย่างครบวงจรเพียงรายเดียวในกัมพูชา การขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาและอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตสูง
โดย นายธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อคณะกรรมการกำกับและดูแลหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ไปในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในเบื้องต้นบริษัทคาดหวังว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ได้ภายในช่วงปลายปีนี้
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมถึงเพื่อรองรับโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ
ด้านผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1.22 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรายได้รวม 724 ล้านบาทในปีก่อนหน้าและ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 199.5 ล้านบาท เนื่องจากผ่านพ้นวิกฤติสถานการณ์โควิด-19 มีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั้งในประเทศกัมพูชาและประเทศในภูมิภาคอาเซียนกลับมาเติบโต SAV มีผลการดำเนินงานที่กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับจุดเด่นของบริษัท คือ เป็นผู้ให้บริการด้านวิทยุการบินอย่างครบวงจรเพียงรายเดียวในกัมพูชา, มีรายได้ประจำทั้งจากทุกเที่ยวบินที่ขึ้น-ลงในประเทศกัมพูชา, มีรายได้ประจำจากทุกเที่ยวบินที่บินผ่านน่านฟ้ากัมพูชา โดยเฉพาะเที่ยวบินไปเวียดนามซึ่งเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยยะจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุนและการท่องเที่ยวอย่างสูง
ขณะเดียวกัน บริษัทมีระยะเวลาสัมปทานอีก 29 ปี และสามารถต่อระยะเวลาสัมปทานได้อีก, ธุรกิจวิทยุการบินลงทุนต่ำและให้ผลตอบแทนสูง และไม่มีคู่แข่ง และการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาและอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตสูง
ด้านนายวัฒนชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่ากลุ่มสามารถ ได้ลงทุนในหลายกลุ่มธุรกิจมากกว่า 60 ปี โดยเริ่มลงทุนในธุรกิจด้านการบินที่ประเทศกัมพูชาตั้งแต่ปี 2545 และ SAV ( ซึ่งกลุ่มสามารถถือหุ้นในบริษัทฯ 100% โดย บริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด ถือหุ้น 66.67% และบริษัท สามารถ อินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 33.33%) เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสัมปทานด้านบริการวิทยุการบินครบวงจรในประเทศกัมพูชา
โดยบริษัทลงทุนในเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ และ ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการขยายระยะเวลาสัมปทานต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง และสัมปทานล่าสุดครอบคลุมถึงปี 2594 ทำให้ธุรกิจของ SAV มีเสถียรภาพอย่างสูง
สุดท้ายนายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ SAV กล่าวว่า SAV ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยมีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 224,000,000 หุ้น หรือไม่เกิน 35% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท
โดยแบ่งออกเป็น หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 64,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 10% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทและหุ้นสามัญเดิมและจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 30% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท โดยมูลค่าที่ตราไว้ เท่ากับ 0.50 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ SAV มีทุนจดทะเบียน 320,000,000 บาท ชำระแล้ว 288,000,000 บาท เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งมีธุรกิจหลัก คือ การให้บริการด้านวิทยุการบินอย่างครบวงจร ผ่าน บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) ซึ่ง “SAV” ถือหุ้นใน CATS 100% โดย CATS เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลกัมพูชาระยะเวลารวม 49 ปี (2545-2594) ในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ครอบคลุมเส้นทางบินทั้งหมดของน่านฟ้าประเทศกัมพูชา
โดยปัจจุบัน กัมพูชามีสนามบิน 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาติพนมเปญ สนามบินนานาชาติเสียมเรียบ สนามบินนานาชาติสีหนุ สนามบินพระตะบอง สนามบินเกาะกง และสนามบินสตึงเตรง
ขณะที่รายได้หลักของ CATS มาจากบริการควบคุมการจราจรทางอากาศ 3 ประเภท ได้แก่ 1.รายได้จากค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงในประเทศ (Landing &Take-off : Domestic) 2.เที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศ (Landing & Take-off: International) 3. รายได้จากค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินผ่านเขตน่านฟ้ากัมพูชา (Overflight)
