Official Update :

DOD หุ้นเนื้อหอม! ในวันที่ บจ.แห่รุมจีบผลิตกัญชง

กระแสความร้อนแรงของ “กัญชง” ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายๆบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างพาเหรดขยายการลงทุนไม่ในธุรกิจดังกล่าว บางบริษัทจะเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ แต่บางบริษัทถือว่าแตกรายธุรกิจเลยทีเดียว ซึ่งต้องยอมรับว่าหุ้นไหนที่ปริปากจะลงทุนทำธุรกิจ “กัญชง” ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงจากนักลงทุนที่ต้องการจับจองเป็นเจ้าของ


“กัญชง” ถือเป็นธุรกิจใหม่ที่ประชาชนเฝ้ารอวันปลดล็อคสักครั้ง ดังนั้นเมื่อถูกกฏหมายแล้ว ย่อมเป็นที่น่าสนใจต่อผู้ประกอบการในการต่อยอดธุรกิจ แม้กระทั่งบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยอย่างกลุ่มซีพี ที่ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการและความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชกัญชง ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้


ต้องยอมรับว่ากระแสใหม่ๆที่เกิดขึ้น หากใครเร็วคนนั้นคือผู้ชนะ ดังนั้นเราคงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดว่า บริษัทจดทะเบียนรายไหนที่จะชิงตลาดด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ก่อน และผลตอบรับจะเป็นอย่างไร แต่ต้องอย่าลืมว่าการทำธุรกิจกัญชงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด


อย่างไรก็ตามบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นแห่ขยายผลิตภัณฑ์ไปยัง “กัญชง” แม้ธุรกิจนี้อาจจะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ DOD คือหนึ่งในหุ้นที่เนื้อหอมเป็นอย่างมาก เพราะหลายต่อหลายบริษัทในตลาดหุ้นต่างพาเหรดเข้ามาร่วมมือกันอย่างคับคั่งจนทำให้ความนิยมของหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ไม่แพ้รายอื่นๆเลย โดยจะมีบริษัทไหนบ้างที่มาร่วมมือกับ DOD วันนี้ทีมข่าว Wealthy Thai รวบรวมมาให้แล้ว


เริ่มจาก JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล ก็ได้จับกระแส กัญชง โดยร่วมมือกับ DOD เป็นผู้ผลิตให้ โดย มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่นำ ‘กัญชง’ แท้ๆ มาเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์กว่า  10 รายการ


ต่อมา  CHAYO ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ธุรกิจเจรจาติดตามเร่งรัดหนี้สิน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ และธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ขายสินค้า Online และ TV Shopping โดยจับมือร่วมกับ DOD ในการจัดหาเมล็ดพันธุ์กัญชง การเพาะปลูก และรับซื้อกัญชง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product)


โดยจะให้ทาง DOD พัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product) ที่มีสารสกัดจากกัญชง จำนวน 5 - 8 ผลิตภัณฑ์ เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สำเร็จออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เป็นต้น


ตามด้วย KISS ผู้พัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Rojukiss, PhDerma, Best Korea, Wonder Herb และ Sis2Sis ก็ไม่หยุดนิ่ง KISS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการทำ MOU ว่าจ้าง DOD ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามที่มีส่วนผสมของกัญชงให้แก่บริษัทร่วมทุนของ KISS และ GMM O-shopping (บริษัทย่อย GRAMMY) เพื่อจำหน่ายและทำตลาด โดยมีผลบังคับใช้ระยะเวลา 1 ปี โดยอยู่ในขั้นตอนการรอเพื่อขึ้นทะเบียนจาก อย. ซึ่งบริษัทวางแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายในไตรมาส 3/64


โดยการที่ KISS ผนึกกำลังกับ GMM O Shopping ในครั้งนี้เพื่อร่วมกันพัฒนาแบรนด์สินค้าใหม่ในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกัญชงหลากหลายรายการ ที่ผ่านการคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง มีความโดดเด่นและแตกต่าง


และล่าสุดหุ้นเครื่องสำอางที่เคยได้รับความนิยมสูงกลับมามีกระแสอีกครั้งอย่าง BEAUTY ที่เปิดเผยว่า เมื่อวันที่16 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา BEAUTY และ DOD ได้มีการบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product) ตลอดจนดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชง เพื่อให้บริษัทบิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) นำเอาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product) ออกจำหน่ายสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ภายในช่วงครึ่งปีหลัง 2564


ในเบื้องต้น BEAUTY และ DOD มีแผนจะพัฒนา 4 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดจากกัญชง คือ 1. Whitening Gel Cream : ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเพื่อความขาวกระจ่างใส  2. Dietary Supplement for Sleep Well Plus Omega : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยในการนอนหลับและคลายเครียด 3.Organic Tea : ผลิตภัณฑ์ชากัญชงช่วยในการผ่อนคลายและลดความเครียดวิตกกังวล 4. Organic Tea Plus Detox ผลิตภัณฑ์ชาชงช่วยดีท็อกของเสียที่ตกค้างในระบบดูดซึมสารอาหาร


ทั้งนี้ DOD เป็นผู้รับจ้างวิจัยและพัฒนาตลอดถึงดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกัญชงให้กับ BEAUTY  เพื่อจำหน่ายในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ภายในระยะเวลา 2 ปี



DOD ราคาวิ่งไปหาเป้าหมายอนาคต

ทีมข่าว Wealthy  Thai ได้ต่อสายตรงไปยังนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยบอกกับเราว่า  การที่หลายๆบริษัทได้เข้ามาร่วมมือกับทาง DOD นั้นแน่นอนว่าถือเป็นผลบวกต่อธุรกิจ แต่ขณะนี้บริษัทยังอยู่ในขั้นตอน ขอรับใบอนุญาตกับอย.


อย่างไรก็ตามดีลต่างต่างที่เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นผลบวกต่อ DOD เพราะแต่เดิมบริษัทเองเป็นผู้ผลิตอาหารเสริม อาหารสุจภาพรายใหญ่อยู่แล้ว ทำให้บริษํทหลายๆ แห่งมีความต้องการที่จะร่วมมือกับ DOD ดังนั้นถ้าหากใบอนุญาตแล้วเสร็จจะเป็นบวกต่อธุรกิจอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามในเชิงพื้นฐานยังไม่นับรวมเข้าไปในประมาณการ เพราะทาง DOD บอกว่า ยังประมาณการไม่ได้เพราะว่ายังไม่รู้ในเรื่องของต้นทุนต่างๆ และรายใด้ เนื่องจากต้องรอใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อน อย่างไรก็ตามคาดเห็นรูปธรรมอย่างเร็วสุดในช่วงไตรมาส 4/2564


อย่างไรก็ตามประเมินว่าหากบริษัทได้รับใบอนุญาตจากอย.มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับลูกค้ารายใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติม เพราะบริษัทหลายๆรายมีติดต่อเข้ามาจำนวนมาก แต่ยังติดกับการขอใบอนุญาตจากอย. แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าพื้นฐานของบริษัทที่ประเมินไว้ 13.40 บาทแล้ว ซึ่งนับเป็นราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นถือเป็นรวมมูลค่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปแล้ว


ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมกัญชงของไทย ในปัจจุบัน ASPS ประเมิน ธุรกิจต้นน้ำ(ผู้ปลูก) – กลางน้ำ(โรงสกัด) ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง โดยยังเผชิญปัญหา Supply ยังขาดแคลน ส่วนธุรกิจปลายน้ำมี Demand สูงมาก โดยในปัจจุบันแม้อย.อนุญาตให้มีการใช้เมล็ดและน้ำมันจากเมล็ดเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง และอาหารได้แล้ว  แต่ Highlight  ยังต้อง การนำสาร CBD มาใช้ในเครื่องสำอาง (ช่วงมี.ค.64) และ อาหาร (ช่วงเม.ย.64)


ทั้งนี้โดยประเด็นที่อาจเป็นข้อจำกัดและยังต้องติดตาม คือ 1.ปริมาณ Supply ของสารสกัด CBD ในช่วงต้น ที่อาจยังออกมาจำกัด และมีต้นทุนราคาสูง, 2.ความพร้อมของกระบวนการผลิตสกัด สาร CBD เพื่อรองรับเชิงพาณิชย์ และ 3.กฎเกณฑ์ในการใช้สาร CBD กับเครื่องสำอาง และอาหาร ที่ยังต้องรอความชัดเจน ทั้งประเภท และความหลากหลายในการใช้ ซึ่งอาจทำให้กิจกรรมเชิงพาณิชย์ยังเกิดขึ้นค่อยเป็นค่อยไป

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”