สรุป 6 ปัจจัยกด TRUE - DIF ดิ่งแรง โบรกฯชี้! เป็นโอกาสเข้าสะสม รับผลงานฟื้นตัว จ่ายปันผลสูง
ราคาหุ้น TRUE และ DIF ปรับลดลง 8.4% และ 10% ตามลำดับ วานนี้โดยเป็นแรงขายจาก DIF นำมาในช่วงเปิดตลาดบ่าย ตามด้วยแรงขายจาก TRUE นักวิเคราะห์มองว่า TRUE หุ้นปรับลดลงแรงเกินไป และไม่มีเหตุผลทางพื้นฐานที่กดดันหุ้น สวนทางกับแนวโน้มผลประกอบการที่ทยอยดีขึ้น แรงขายทั้ง TRUE และ DIF วานนี้มองเป็นประเด็นการปรับ Port ของนักลงทุนบางกลุ่มจากปัจจัยเฉพาะตัวทางจิตวิทยามากกว่าประเด็นทางพื้นฐาน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ราคาหุ้น TRUE และ DIF ปรับลดลง 8.4% และ 10% ตามลำดับ วานนี้โดยเป็นแรงขายจาก DIF นำมาในช่วงเปิดตลาดบ่าย ตามด้วยแรงขายจาก TRUE ที่ตามมา ไม่มีข่าวแจ้งตลาดอย่างเป็นทางการจากทั้งสองบริษัท แต่มีประเด็นกังวลจำนวนมากในห้องค้า เช่น 1.ผู้ถือหน่วย DIF จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 10% เพราะอายุครบ 10 ปีแล้ว
2.มีโอกาสที่ DTAC จะยกเลิกสัญญาเช่าเสากับ DIF ที่จะหมดอายุ 24 มี.ค. 67 3.การปรับโครงสร้างเงินกู้เป็น Float rate ทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4. กองทุนต้องทยอยคืนหนี้สินกดดันการจ่ายปันผล 5.TRUE อาจยกเลิกการใช้ DIF ไปใช้เสา DTAC แทน และ 6.TRUE อาจมีการเพิ่มทุน
โดยประเมินว่าประเด็นความกังวลส่วนใหญ่ในตลาดไม่ใช่ประเด็นใหม่และมีผลจำกัดต่อ DIF เช่น 1.การหมดสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามอายุกองทุน 2.โอกาสที่ DTAC อาจยกเลิกการเช่าใช้ซึ่งกระทบรายได้เพียง 3% และปันผลราว 0.03 บาทต่อปี 3. การปรับโครงสร้างหนี้สินเนื่องจากมีการ Refinance หนีสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่เดือน พ.ย. 65 ดั้งนั้นผลกระทบเกิดขึ้นไปแล้ว ในงวดไตรมาส 1/66 ดอกเบี้ยจ่ายอาจเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยในไตรมาส 2/66 แต่ไม่ได้มีนัยยะมากนัก และ 4.หนี้สิ้นส่วนอื่นยังมีกำหนดเวลาคืนหนี้อีกหลายปีมีโอกาส Refinance ได้อีกครั้ง
สำหรับประเด็นกดดันเพิ่มเติมที่มีนัยสำคัญ เช่น TRUE อาจมีการเพิ่มทุนหรือไม่ และ TRUE อาจยกเลิกการใช้เสา DIF ได้สอบถามไปทางบริษัททั้ง TRUE และ DIF ยืนยันไม่มีนโยบายดังกล่าว รวมถึงการจะขายเงินลงทุนใน DIF ก็ยังไม่มีนโยบายระยะสั้นเพิ่มเติม ดังนั้นแรงขายทั้ง TRUE และ DIF วานนี้มองเป็นประเด็นการปรับ Port ของนักลงทุนบางกลุ่มจากปัจจัยเฉพาะตัวทางจิตวิทยามากกว่าประเด็นทางพื้นฐาน
อย่างไรก็ตามไม่ได้มีประมาณการและคำแนะนำ สำหรับ DIF ระยะสั้น ตลาดยังมองเงินปันผลต่อหน่อยต่อปีในกรณีที่ DTAC ยกเลิกการเช่าใช้งานและได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ย Float rate ที่ระดับ 0.95 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็น Yield ถึง 8.7% ทำให้ DIF มี Downside Risk จำกัดมาก และที่ระดับราคา 10.80 บาทต่อหุ้น มองว่ามีโอกาสน้อยมากที่ TRUE จะขายหน่วยออกมาเพิ่มเติม
สำหรับ TRUE (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.40 บาท) มองว่าหุ้นปรับลดลงแรงเกินไปเช่นกัน และไม่มีเหตุผลทางพื้นฐานที่กดดันหุ้นโดยตรงยกเว้นมูลค่าเงินลงทุนใน DIF ลดลง ซึ่งมีผลกระทบน้อยต่อมูลค่าเหมาะสมโดยรวม สวนทางกับแนวโน้มผลประกอบการที่ทยอยดีขึ้นและแนวโน้มอุตสาหกรรมที่กรแข่งขันลดความรุนแรงลง มองเป็นโอกาสในการทยอยสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” กองทุน DIF เนื่องจาก 1. อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง (yield ปี 66 ที่ 9%) และ 2. หน่วยลงทุนราคาถูก ขณะที่ราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF ของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 13.6 บาท
โดยราคาหน่วยลงทุน DIF ที่ลดลงส่งผลให้ส่วนต่างผลตอบแทนเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่ 6.4% pt (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 5.2%) และ P/NAV ที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 0.67 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 0.89 เท่า) ณ ราคาตลาดหน่วยละ 10.8 บาท ประเมินว่า IRR ของ DIF เท่ากับ 10.5% โดยผู้บริหารของ TRUE ยืนยันว่า 1.บริษัทไม่ได้ขายหน่วย DIF ในวันที่ 22 มิ.ย. และ 2.บริษัทมีแผนที่จะปฏิบัติตามสัญญาเช่าที่มีอยู่กับ DIF
