เจาะพื้นฐาน 5 หุ้นมาร์เก็ตแคปมากสุด ลุ้นดึงเม็ดเงิน หาก DELTA หลุด SET50

ในช่วงนี้ภาวะตลาดหุ้นไทยโดนกดดันอย่างหนัก จากบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่มีการปรับตัวลดลงรุนแรง ด้วยขนาดของมาร์เก็ตแคปที่สูงที่สุดในตลาดหุ้นไทยจึงทำให้ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นมีผลต่อดัชนีตลาดหุ้น


ขณะเดียวกันในช่วงไม่กี่วันมานี้ก็มีกระแสที่ว่าหุ้น DELTA มีโอกาสที่จะหลุดจาก SET50 และ SET100 ด้วยเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ที่ว่าหุ้นจะเข้าเกณฑ์การคำนวณดังกล่าวจะต้องมีการซื้อขายด้วยระบบปกติไม่น้อยกว่า 9 ใน 12 เดือน แต่สำหรับ DELTA ติด TRADING ALERT ในปีนี้ 3 เดือนแล้ว หากมีการติดเพิ่มอีก 1 เดือนในระยะถัดไป ก็จะทำให้ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว


แน่นอนว่าจากประเด็นข้างต้นนี้ ก็ถือเป็นโอกาสให้หุ้นตัวอื่นๆที่เกณฑ์กับเข้ามามีบทบาทหรือความสำคัญจากนักลงทุนสถาบันต่อการให้น้ำหนักการลงทุนมากขึ้น แต่ข้อสันนิษฐานนี้จะเป็นข้อมเท็จจริงเพียงใด ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จะพาไปดูมุมมองของผู้เชี่ยวชาญกัน


โดยบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า วานนี้ DELTA ปรับตัวลง 21.50 บาท หรือลดลง 18.30% เป็น 96 บาท ส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยประมาณ 21.5 จุด เนื่องจากการปรับตัวลงของราคาหุ้น DELTA ทุก 1 บาทจะมีผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย 1 จุด ทั้งนี้หากปรับผลของ DELTA ออกเท่ากับว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปิดวานนี้ที่ 1,537.59 จุด ลดลง 19.33 จุด หรือลดลง 1.24% แท้จริงควรปิดบวก 2.17 จุด


สำหรับกรณีของ DELTA ปัจจุบันติด Cash balance แล้วเป็นครั้งที่สองของปี ทำให้มีความเสี่ยงที่จะหลุดจากการคำนวณ SET50 ในรอบครึ่งปีแรกปี 2567 หากติดเกณฑ์มาตรการกำกับการซื้อขายของตลาด (รวม Cash balance ด้วย) เพิ่มภายในเดือน พ.ย. นี้ เพราะจะทำให้หลักทรัพย์มีสภาพการซื้อขายปกติไม่ครบ 9 ใน 12 เดือน


ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นลงของราคาหุ้น DELTA กลายเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะเมื่อปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางและนักลงทุน นักเก็งกำไรต่างไม่รู้จะเล่นอะไรดี หลังตลท.สั่งให้ DELTA ถูกซื้อขายด้วยบัญชี cash balance (มีผล 20 มิ.ย.-10 ก.ค. 2566) ทำให้ตลาดมีความเสี่ยงที่จะเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้น แรงเทขายทำกำไรและกระแสเงินที่ไหลออกมาจาก DELTA มีโอกาสที่จะหมุนไปเข้าหุ้นใหญ่ที่มีพื้นฐานดีและมีปัจจัยบวกหนุนจะมีความเหมาะสมสำหรับการลงทุนในช่วงระยะนี้


พร้อมกันนี้ ทาง WealthyThai จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุด 5 อันดับแรก รองลงมาจาก DELTA ว่าจะมีหุ้นใดบ้างนั้นจะพาไปชมกัน พร้อมด้วยพื้นฐานและมุมมองการลง คำแนะนำ จากผู้เชี่ยวชาญ


AOT รองจาก DELTA
มาร์เก็ตแคป 1.03 ล้านล้านบาท

โดยเริ่มกันที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่มีมาร์เก็ตแคปรองลงมาจาก DELTA หรืออยู่ที่ 1.03 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2566) ซึ่งบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ก็ให้คำแนะนำ “เก็งกำไรและราคาเป้าหมายที่ 78 บาท


สำหรับปัจจัยพื้นฐานคาดกำไรงวดปี 2566 (ต.ค.65 - ก.ย.66) จะฟื้นต่อเนื่องหรืออยู่ที่ 8.9พันล้านบาท ฟื้นตัวจากงวดปี 2565 (ต.ค.64 - ก.ย.65) ที่ขาดทุน 1.11 หมื่นล้านบาท ตามการฟื้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดปี 2566 (ปีปฏิทิน) ที่ 30.6 ล้านคน คิดเป็น 77% ก่อนCOVID และปี 2567 ที่ 39.8 ล้านคน คิดเป็น 100% ก่อน COVID แต่อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่ฟื้นตัวได้สะท้อนการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานแล้วเช่นกัน


PTT มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 9.06 แสนล้านบาท

ถัดไปเป็น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 9.06 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2566) บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ เก็งกำไรและกำหนดราคาเป้าหมายที่ 34.50 บาท โดยกำไรไตรมาส 2/66 จะใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้าแต่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ธุรกิจก๊าซจะมีทิศทางดีขึ้น แต่ธุรกิจโรงกลั่น-พลังงานต้นน้ำยังคงอ่อนแอ


ส่วนภาพกำไรปี 2566 จะอยู่ที่ 1.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 12% จากธุรกิจต้นน้ำที่ควบคุมต้นทุนให้อยู่ระดับต่ำ, ธุรกิจก๊าซได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้น, ธุรกิจน้ำมันฟื้นตัวตามกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ และธุรกิจไฟฟ้าฟื้นตัวจากทั้งอุปสงค์และอัตรากำไร แต่อย่างไรก็ดีด้วยนโยบายแทรกแซงพลังงานที่จะกระทบ PTT อาจทำให้ประมาณการเกิดดาวน์ไซด์


ADVANC มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 6.51 แสนล้านบาท

อันดับต่อมา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 6.51 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2566) ซึ่งบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “ซื้อกำหนดราคาเป้าหมายที่ 240 บาท


พร้อมกับประมาณการกำไรทั้งปี 2566 ที่ 2.58 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 0.1% จากการแข่งขันด้านราคาโดยเฉพาะในตลาดมือถือที่ลดลงเร็วกว่าคาดและดีล TTTBB ที่ล่าช้าออกไป 1 ไตรมาสทำให้ผลกระทบเชิงลบต่องบการเงินระยะสั้นในปี 2566 ลดลง เพราะจะรับรู้งบที่ขาดทุนเพียงครึ่งปีหลังปี 66


PTTEP มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 5.99 แสนล้านบาท

ถัดไปเป็นบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 5.99 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2566) โดยบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 160 บาท


ขณะที่ทิศทางผลประกอบการไตรมาส 2/66 ยังคงไม่เด่น เบื้องต้นประเมินกำไรที่ 1.6 –1.7 หมื่นล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อน ตามปริมาณขายที่ลดลง ขณะที่ประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 7.2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 2% รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันช่วงสั้นให้ประคองตัวได้ดีและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน


CPALL มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 5.74 แสนล้านบาท

สุดท้าย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 5.74 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2566) ซึ่งบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และกำหนดราคาเป้าหมายที่ 75 บาท


สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 จะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อน ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว,เม็ดเงินสะพัดในช่วงเข้าสู่การเลือกตั้งและได้อานิสงส์จากหน้าร้อน สำหรับกำไรทั้งปีที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 33% จากกำลังซื้อที่ยังแข็งแกร่งตามการกลับมาของนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ และดอกเบี้ยจ่ายลดลงหลัง MAKRO และ Lotus’s บริหารจัดการภาระหนี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us