Official Update :

เจาะพื้นฐาน 5 หุ้นเด่น รับผลบวกจีนอัดเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า

การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนมักส่งผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศคู่ค้าตลอดจนผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ดังเช่นครั้งนี้ที่รัฐบาลจีนประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีรถยนต์สีเขียว มูลค่าราว 5 แสนล้านหยวน เพื่อหวังกระตุ้นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มไหนบ้าง วันนี้ Wealthy Thai มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก


โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า รัฐบาลจีนประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีรถยนต์สีเขียวมูลค่าราว 5 แสนล้านหยวน ซึ่งเป็นประมาณ 0.4% ของ GDP จีน เพื่อหวังกระตุ้นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะ 4 ปีข้างหน้า


ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าจะมีผลกระทบในเชิงการเพิ่มความมั่นใจในตลาดรถยนต์จีน หนุนอุตสาหกรรมการผลิตและกระตุ้นกำลังซื้อรถยนต์ไฟฟ้า EV  ประเมินเป็นผลบวกต่อหุ้นที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจจีน เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มยางยานยนต์ โดยหุ้นที่มีสัดส่วนยอดขายไปสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ในจีน คือ STA สัดส่วน 50%, NER สัดส่วน 50%, DELTA สัดส่วน 12%, KCE สัดส่วน 8% และ HANA สัดส่วน 6%


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เน้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ KCE ราคาเป้าหมาย 50 บาท, HANA ราคาเป้าหมาย 58 บาท มองช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของวงจรส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงครึ่งหลังปี 2566 มากขึ้น ขณะที่ Valuation สำหรับการลงทุนระยะกลางอยู่ในโซนลงทุน ส่วน DELTA แนะนำ เก็งกำไร โดยวางจุดบริหารความเสี่ยงหากหลุดบริเวณ 90 บาท


STA ลุ้นไตรมาส 2 กำไรฟื้น

ขณะที่ปัจจัยพื้นฐาน แนวโน้มการดำเนินงานของหุ้นที่มีสัดส่วนยอดขายในอุตสาหกรรมจีนทั้ง 5 ตัว และคาดว่าจะได้รับผลบวกจากประเด็นดังกล่าวมีดังนี้ เริ่มที่ STA บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/66 เบื้องต้นจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าได้


โดยธุรกิจยางพาราคาดปริมาณขายจะเร่งสูงขึ้นได้ต่อ หนุนรายได้และอัตราการใช้กำลังการผลิต ขณะเดียวกันธุรกิจถุงมือยางเริ่มเห็นสัญญาณการแข่งขันที่ลดลงหลังผู้ประกอบการในมาเลเซียประกาศถอนกำลังการผลิต ซึ่งจะช่วยลดปริมาณ Supply ถุงมือยางเป็นลำดับถัดไป ช่วยหนุนราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางให้มีเสถียรภาพมากขึ้นและมีโอกาสที่ราคาขายถุงมือยางจะทำระดับต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/66 ขณะที่เทียบจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน คาดกำไรจะยังลดลงจากฐานที่สูง


ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มผลประกอบการในปี 2566 ที่คาดกำไรปกติที่ 2.75 พันล้านบาท ชะลอลง 27.4% จากปีก่อน ตามภาพอุตสาหกรรมยางพาราที่ชะลอตัวกดดันราคาขายเฉลี่ยและกำไรธุรกิจถุงมือยางที่ปรับสู่ระดับปกติคงราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2566 ที่ 25 บาท และยังคงคำแนะนำ เก็งกำไร


NER ผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

NER นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 ที่ 390 ล้านบาท ลดลง 12.4% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 28.6% จากไตรมาสก่อนหน้า จาก ASP ที่ฟื้นตัวและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นมาก ช่วยลดผลกระทบจาก ASP ที่ลดลง 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน


โดยแนวโน้มกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/66 ขณะที่ราคายางคาดว่าต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2/66 ทำให้ ASP ที่ส่งมอบในไตรมาส 3/66 ได้รับผลกระทบ แต่ปริมาณขายคาดจะเพิ่มขึ้นได้อีกทำให้กำไรยังทรงตัวได้และพีคในไตรมาส 4/66


หากประมาณการกำไรปกติไตรมาส 2/66 ใกล้เคียงที่คาดไว้จะคิดเป็นสัดส่วน 43% ของประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิเคราะห์ จึงยังคงประมาณการกำไรปี 2566 ไว้ที่ 1,611 ล้านบาท ลดลง 12.7% จากปีก่อน


สำหรับปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2566 ต่ำเพียง 5.5 เท่า สะท้อนปัจจัยลบด้านราคาขายและ GPM ที่ลดลงเป็นผลให้กำไรหดตัวในปีนี้ไปแล้ว ขณะที่คาดเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกที่ 0.06 บาท และครึ่งปีหลังคาดอีก 0.29 บาท ให้ผลตอบแทน 1.3% และ 6.1% ตามลำดับ คงราคาเป้าหมาย 7.10 บาท และคงคำแนะนำ ซื้อ


DELTA ปี 66 คาดกำไรโต 9%

DELTA นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 ที่ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 16.6% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรปกติที่ฟื้นตัวจากไตรมาส 1/66 มาจากแรงกดดันของการตั้งสำรองสินค้าคงคลังที่ลดลง


อย่างไรก็ดีกำไรปกติที่ทำได้เพียงทรงตัวจากไตรมาส 2/65 มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะทำได้ต่ำกว่าระดับในอดีต หากกำไรออกมาตามคาด กำไรปกติในครึ่งแรกปี 2566 จะคิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปีที่ 1.58 หมื่นล้านบาท โต 9% จากปีก่อน โดยคงประมาณการจากมุมมองครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก


ฝ่ายวิเคราะห์คงประมาณการและราคาเหมาะสมของ DELTA ที่ 52.50 บาท อิง PER ที่ 41.4x หรือเท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต คงคำแนะนำ ขาย ราคาหุ้นปัจจุบัน ซื้อ ขาย บน PER ปี 66 ที่ 76 เท่า เทียบกับการเติบโตที่ 9%


KCE แนวโน้มผลงานอ่อนแอ

KCE นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2566 ลง 17% เป็น 1.7 พันล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก 1. ปรับลดสมมติฐานรายได้ในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ จากเติบโต 5.3% เป็นติดลบ 8.5% โดยคาดว่าความเสี่ยง Recession ที่รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกชะลอคำสั่งซื้อที่ไม่จำเป็น และ 2. ปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2566 จาก 22.5% เป็น 21.8% จากการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพชดเชย Scale ที่หายไปทำได้ช้ากว่าคาด


ผลของการปรับลดประมาณการทำให้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2566 ปรับลดลงเป็น 36 บาท และปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย แม้ราคาหุ้นปรับลดลงมาต่อเนื่องแต่หุ้นยังมี Downside เชิงกลยุทธ์คาดหุ้นตอบสนองเชิงลบก่อนการประชุมและหากแนวโน้มการประชุมไตรมาส 2/66 ไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หุ้นมีโอกาส underperform ไปอีกระยะ ดังนั้นไม่ต้องรีบเข้าลงทุนควรรอการปรับลดประมาณการของตลาดในราคาหุ้นอีกระยะ


HANA คาดปี 66 กำไรชะลอตัว 19%

และสุดท้าย HANA นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 ที่ 370 ล้านบาท ทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะแนวโน้มยอดขายต่ออัตราการใช้กำลังการผลิตต่อ GPM ของธุรกิจเซมิฯ ในโรงงานอยุธยาฟื้นตัวเล็กน้อย


ส่วนธุรกิจเกี่ยวกับกลุ่มรถยนต์น่าจะยังทรงตัว ขณะที่ค่าเงินบาทในไตรมาส 2/66 ทรงตัวดีกว่าในไตรมาส 1/66 โดยรวมจึงคาด GPM ในไตรมาส 2/66 ดีขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ยอดขายและ SG&A คาดว่าจะใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า


ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ลงมาอยู่ที่ 1,709 ล้านบาท ลดลง 19% จากปีก่อน เพราะแนวโน้มขาดทุนของธุรกิจ Silicon carbide สูงกว่าคาดไว้เดิม เนื่องจาก HANA คาดการคุ้มทุนเลื่อนจากกลางปีนี้เป็นต้นปีหน้า โดย Reduce และลดราคาเป้าหมายเหลือ 36 บาท จากเดิม 38บาท


 

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้