โบรกฯชี้ การเมืองยังป่วน หุ้นไทยไม่เลิก ก้าวไกล-เพื่อไทย ไร้ข้อสรุปนั่ง ปธ.สภา แถมกระแสเปลี่ยนขั้วยังหนาหูมากขึ้น
ประเด็นความไม่ชัดเจนทางการเมือง เป็นส่วนหนึ่งที่กดดันหุ้นไทยปรับฐานลงมาแล้ว ล่าสุดเพื่อไทย-ก้าวไกล ยังไร้ข้อสรุป นักลงทุนต่างชาติยังมีความกังวลคือความไม่แน่นอนทางการเมือง ดังนั้นนักวิเคราะห์มองว่าน่าจะเห็นการกลับมา Trading หุ้นที่ลงมาลึกตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้งถึงปัจจุบัน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีความเห็นว่า ประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมือง เป็นส่วนหนึ่งที่กดดันหุ้นไทยปรับฐานลงมาแล้ว โดยยิ่งใกล้วันเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 3 ก.ค. และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 ก.ค. 66 เข้ามาทุกที ประเด็นทางการเมืองก็มีความร้อนแรงมากขึ้น ซึ่งมีหลายอุปสรรคที่จะต้องผ่านด่านในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนี้
1.ปมพรรคก้าวไกลชูนโยบายหาเสียงแก้ ยกเลิก ม.112 โดยศาลรัฐธรรมนูญ สอบถามไปยังอัยการสูงสุด ว่าพิจารณารับหรือไม่รับรับคำร้อง กรณีมีผู้ร้องว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 49 หรือไม่ โดยขอให้แจ้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน หรือ วันที่ 11 ก.ค. 66
2.เสียงสนับสนุนจาก ส.ว. อาจไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล โดยวานนี้นายเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ว. ได้ออกมาเผยต่อสื่อว่า เสียง ส.ว. ส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน Candidate นายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล
3.คุณสมบัติและความเหมาะสมตามรัฐธรรมนูญของว่าที่นายกฯ ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ อาทิ คดีการถือหุ้นสื่อ ITV ของคุณพิธา ซึ่งทาง กกต. อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและจะเรียกให้เข้าไปชี้แจงในเร็ววันนี้
4.ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้ข้อยุติซึ่งพรรคเพื่อไทยยึดมั่นในสูตร 14 +1 (14 รัฐมนตรี+ 1 ประธานสภาฯ) รวมถึงวันนี้ทางพรรคก้าวไกล - เพื่อ ไทย ยกเลิกการหารือประเด็นสภาฯในวันนี้
ทั้งนี้ภาพสถานการณ์การเมืองไทยที่ดูไม่ค่อยราบรื่น เป็นปัจจัยที่เข้ามากดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ โดยฝ่ายวิจัยฯ คาดว่า SET Index อยู่ในช่วงค้าหาฐานภายใต้แนวต้าน 1,490-1,500 จุด โดยแนวรับถัดไป 1,450 จุด แต่ในอีกมุมหนึ่งเริ่มเห็นกระแสหรือโอกาสการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองที่หนาหูมากขึ้น
ดังนั้นน่าจะเห็นการกลับมา Trading หุ้นที่ลงมาลึกตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้งถึงปัจจุบัน (15 พ.ค. –27 มิ.ย. 66) จากความกังวลการเปลี่ยนผ่านหรืออาจได้รับผลกระทบจากนโยบายหาเสียงของก้าวไกล โดยฝ่ายวิจัยฯ คัดกรองและแบ่งหุ้นออกมาเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
-
หุ้นต้นทุนค่าแรง รายได้อิงโครงการภาครัฐ STEC, CK, BEM
-
หุ้นหวังพึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม SAWAD, CBG, JMT, TIDLOR
-
หุ้นทุนผูกขาด TRUE, CRC, CPAXT, CPN, CPALL
-
หุ้นได้รับผลกระทบปรับสูตรค่าไฟฟ้า GULF, BGRIM, GPSC, PTTGC
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเด็นสมาชิกที่ประชุมพรรคเพื่อไทยวานนี้มีความเห็นพ้องกันว่าจะนำสูตร 14 บวกหนึ่งไปเจรจากับพรรคก้าวไกล เท่าๆกันทั้ง 2 พรรค คือ ในส่วนพรรคเพื่อไทยประกอบด้วย 14 รัฐมนตรี + 1 ประธานสภา ส่วนพรรคก้าวไกลประกอบด้วย 14 รัฐมนตรี + 1 นายกรัฐมนตรี ขณะที่การเจรจาระหว่าง 2 พรรคที่เดิมจะมีขึ้นวันนี้ (28 มิ.ย.) ล่าสุดเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ภาพรวมความไม่ชัดเจนการเมืองภายในยังเป็นประเด็นที่สร้างความผันผวนต่อ SET ระยะสั้น
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า การเมืองไทย นักลงทุนยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นรัฐบาล แต่ที่เห็นกันตอนนี้ หุ้นที่เป็นลบจากนโยบายของพรรคก้าวไกลถูกขายออกมาอีกรอบ
ขณะที่มุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า แม้การรายงานยอดส่งออกไทยสำหรับ เดือน พ.ค. 66 ที่ลดลง 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จะดีกว่าตลาดคาดที่ลดลง 8.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ประเด็นที่นักลงทุนต่างชาติยังมีความกังวลคือความไม่แน่นอนทางการเมือง
ดังนั้นแนะนำติดตามการประชุมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลในสัปดาห์นี้ หากได้ข้อยุติประธานสภาฯ SET INDEX ก่อนโหวตวันที่ 3 ก.ค. คาดมีแนวโน้มจะฟื้นตัวในระยะสั้น แต่หากไม่ได้ข้อยุติคาดจะเป็น Sentiment เชิงลบที่กดดันให้อ่อนตัวลงต่อเนื่อง
