STARK สรุป 4 แนวทางแก้ไขปัญหา หลังอาจโดนตะเพิดออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เหตุส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบกว่า 4.4 พันลบ.
นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ กรรมการ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2565 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีและปรากฏว่าส่วนของผู้ถือหุ้นปี2564 (ปรับปรุงใหม่) และปี2565 มีค่าน้อยกว่าศูนย์นั้น
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงประกาศให้หลักทรัพย์ของบริษัทมีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน
ทั้งนี้บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า บริษัทมิได้นิ่งนอนใจและจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขเหตุเพิกถอนดังกล่าว บริษัทมีความตั้งใจที่จะปรับโครงสร้างทุนและโครงสร้างหนี้ ทั้งของบริษัทและบริษัทย่อยซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก เพื่อทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทมีค่ามากกว่าศูนย์และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติของบริษัทย่อยซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก โดยบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการแก้ไข 4 แนวทางดังต่อไปนี้
-
เจรจากับเจ้าหนี้ที่สำคัญทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหนี้ต่าง ๆ ระงับการใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้โดยพลัน สนับสนุนแผนการปรับโครงสร้างทุนและโครงสร้างหนี้ของบริษัท รวมถึงให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อวางแผนการบริหารการช าระหนี้ และวางแผนธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
-
จำหน่ายทรัพย์สิน (เช่น หุ้นในบริษัทย่อยที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท สิทธิเรียกร้องในสัญญา ที่สำคัญ) และปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนคงที่ (fixed cost) และค่าใช้จ่ายของบริษัท
-
เพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในปัจจุบัน หรือพิจารณาหานักลงทุน รายใหม่ เพื่อเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท
-
ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายเพื่อดำเนินการฟื้นฟูกิจการเพื่อปรับโครงสร้างทุนและโครงสร้างหนี้ของบริษัท รวมถึงให้สิทธิการแปลงหนี้เป็นทุนแก่เจ้าหนี้ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ
ทั้งนี้ ในการจะพิจารณาเลือกแนวทางแก้ไขส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์บริษัทจะต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดต่าง ๆ ภายใต้สัญญาทางการเงิน และสัญญาที่สำคัญต่าง ๆ ความต้องการ ของตลาดในการเข้าซื้อทรัพย์สินของบริษัทและปัจจัยในการกำหนดราคาที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือและการสนับสนุน ของเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้อง การให้การสนับสนุนของผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ตลอดจนผลกระทบต่าง ๆ เพื่อคงไว้ซึ่งคุณสมบัติ
ในการดำรงสถานะของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกรายของบริษัท โดยคณะกรรมการและผู้บริหารชุดปัจจุบันของบริษัทมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะแก้ไขเหตุดังกล่าวเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ภายใต้กรอบของกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงแนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน และกำหนดเวลาของการดำเนินการดังกล่าวแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมทาง STARK ได้ระบุไว้ในคำอธิบายงบการเงินล่าสุดว่า กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนรวมสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนรวมจำนวน 6,628 ล้านบาท และมีส่วนของเจ้าของติดลบ จำนวน 4,404 ล้านบาท
