PHG เปิดเทรดวันแรกราคาร่วง 5.71% โบรกฯ คาดปีหน้ากำไรฟื้นตัว ประเมินเป้าหมาย 30 บาทต่อหุ้น
ผู้สื่อรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PHG เปิดซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ 19.80 บาท ลดลง 5.71% จากราคาไอพีโอที่ 21 บาท ฟากโบรกฯมองกำไรปี 66 ลดลง หลังโควิดผ่อนคลายลงเป็นโรคประจำถิ่น เคาะราคาเหมาะสมที่ 29 - 30 บาท
โดย นายรณชิต แย้มสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PHG เปิดเผยว่าแผนหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนการใช้เงินที่มีมูลค่าระดมทุนในครั้งนี้ราว 1,134 ล้านบาท
สำหรับแผนการจัดสรรเงินลงทุนหรือวัตถุประสงค์การจะใช้เงินนั้น จะนำไปก่อสร้างโครงการอาคารผู้ป่วยใหม่ 1 และอาคารจอดรถภายในปี 2567 โครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ที่ 2 ภายในปี 2569, เพื่อเป็นเงินทุนในการซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ภายในปี 2567
รวมไปถึงเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงินบางส่วนภายในปี 2566 และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจภายในปี 2566 ซึ่งการเดินหน้าขยายธุรกิจดังกล่าว ถือว่าเป็นการต่อยอดพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ รองรับการให้บริการผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่และบริการทางการแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตที่ต่อเนื่องและยั่งยืน และที่สำคัญคือการตอกย้ำการเป็นสถานพยาบาลเอกชนชั้นนำที่ให้บริการในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง
พร้อมกันนี้บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินกำไรปี 66-67 จะเติบโตดีหากไม่รวมรายได้พิเศษจากโควิดอยู่ที่ 240 ล้านบาท ลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 280 ล้านบาท เติบโต 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นจากโรคที่ซับซ้อนทั้งคนไข้เงินสด และคนไข้โครงการภาครัฐ โดยเฉพาะคนไข้โรคหัวใจ
ขณะที่ ประเมินราคาเหมาะสมที่ 30 บาทต่อหุ้น อิง PER ปี 67 ที่ 32 เท่า โดยมองว่า PHG ควรเทรดสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากทาง PHG จะมีการขยายอาคารผู้ป่วย รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ประกันจน และแนวโน้มอัตราเป็นโรคหัวใจเยอะขึ้น ด้วยทางที่ PHG เป็นโรงพยาบาลชั้นนำเรื่องโรคหัวใจหนึ่งเดียวในจังหวัดปทุมธานี
ด้านบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองผลการดำเนินงานชะลอตัวระยะสั้นในปี 66 แม้ว่ารายได้ยังมีทิศทางการเติบโตมาที่ระดับ 2,054 ล้านบาท ขณะที่คาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 269 ล้านบาท ติดลบ 8.2% ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ผ่อนคลายลงเป็นโรคประจำถิ่นในปี 66
อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลการดำเนินงานในปี 67 จะฟื้นตัวขึ้นตามแนวโน้มการใช้บริการการรักษาที่ยังคงมีทิศทางเพิ่มขึ้น คาดรายได้จะอยู่ที่ระดับ 2,218 ล้านบาท กำไรสุทธิที่ระดับ 304 ล้านบาท ทั้งนี้ ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ PHG ที่ระดับ 29 บาท
