Official Update :

5 หุ้น SET50 แหล่งพักเงินชั้นดี จะคุ้มหรือไม่? ถ้าจะฝากเงินไว้ในกลุ่มนี้

ช่วงที่ตลาดหุ้นยังมีความกังวลกับการพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ รวมถึงกลุ่มหุ้นเองก็มีมูลค่าที่แพงจนเกินตลาดไปมากแล้ว ดังนั้นเราจึงมาเฟ้นหาหุ้นที่จะเป็นจุดเก็บเงินให้นักลงทุน จะมีอะไรบ้างนั้นลองไปตามกันดู


นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ธีมการลงทุนในช่วงที่ภาวะตลาดยังคงผันผวนและมีความอ่อนไหว ต่อประเด็นของผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ รวมถึงระวังทองคำ และหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ที่มี Valution ในระดับแพง ขณะเดียวกันรวมถึงกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งก็อาจจะมีแรงขายทำกำไรได้


ทั้งนี้ยังมีกลุ่มหุ้นที่ถือเป็นแหล่งพักเงินที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาน้อย และในช่วงที่ผ่านมามีการถือครองที่ต่ำ (Under-owned) ซึ่งหุ้นที่ยัง Laggard ใน SET50 (นับจาก 25 มี.ค.63) ที่น่าสนใจ ได้แก่ ADVANC, EGCO, BAM, TCAP, RATCH, BJC, DTAC, TU, TOA, OSP, BH, TRUE, CPALL, BTS, SCC เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม ทาง Wealthy Thai จึงได้รวบรวมกลุ่มหุ้นใน SET50 ที่ทางนักวิเคราะห์ได้กำหนดมาให้ โดยการเลือกหุ้นที่สามารถเป็นแหล่งพักเงินให้กับนักลงทนในช่วงสั้นที่สภาวะตลาดยังมีความเคลื่อนไหวผันผวน และยังรอนโยบายต่างๆที่จะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินต่างชาติ


สำหรับการเลือกลงทุน 5หุ้นในรอบนี้มีปัจจัยที่สนับสนุนการลงทุนคือ การที่ราคาหุ้นของกลุ่มหุ้นเหล่านี้ยังปรับตัวขึ้นไม่ได้มากหากเทียบตั้งแต่ช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการไม่ให้นักลงทุนต้องนำเงินไปทิ้งไว้ในพอร์ตกลุ่มหุ้นเหล่านี้นานจนเกินไป หรือสื่อความหมายง่ายๆคือ เพื่อไม่ให้เงินไปจมอยู่ในหุ้นนั้นนานจนเกินเหตุ


ด้วยการคัดสรรหุ้นใหญ่ที่กำลังจะขึ้นเครื่องหมาย XD (วันที่ซื้อจะไม่ได้รับสิทธิ) ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าหากเรานำเงินเข้าไปพักไว้ในหุ้นกลุ่มเหล่านี้แค่เพียงช่วงสั้นๆ ที่แน่ๆเลยคือซื้อก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD และจะทำให้วันที่ปิดสมุดมีชื่อของเราอยู่ในบัญชีผู้ถือหุ้นเพื่อที่จะได้รับเงินปันผล รวมถึงมีโอกาสจะได้กำไรจากส่วนต่างมูลค่าหุ้น หากมีสตอรี่ที่ช่วยสร้างเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะความที่เป็นหุ้นกลุ่มใหญ่อย่าง SET50 จึงทำให้มีภาษีดีกว่ากลุ่มอื่นๆ


โดยกลุ่มหุ้นที่มีความพร้อมจากคำกล่าวข้างต้นประกอบได้ด้วย 1.BAM บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ หุ้นที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี หลังจากที่เข้าตลาดหุ้น และใครๆก็อยากเป็นเจ้าของเพราะเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ 2.SCC ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชื่อยี่ห้อนี้เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ในจอเรดาร์ของเหล่ากองทุนมาตลอด แต่แค่เพียงตอนนี้ราคาอาจจะยังอืดวิ่งไม่ทันชาวบ้าน


3.OSP บริษัทระดับบิ๊กของประเทศที่ขณะนี้ราคาหุ้นยังไม่ไปไหน เพราะนักลงทุนอาจจะรอการประกาศเข้าร่วมธุรกิจกัญชงอยู่ก็เป็นได้ 4. BJC ธุรกิจค้าปลีกอุปโภคบริโภคในประเทศเริ่มจะฟื้นตัวขึ้นแล้ว ยอดการจับจ่ายใช้สอยซื้อของกินของใช้เข้าบ้านถึงเวลาที่จะต้องกลับมาได้สักที 5. TCAP หรือ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนในระดับที่น่าเย้ายวนไม่น้อย


ทั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมานั่งจับเข่าอธิบายข้อมูลปัจจัยพื้นฐานและความน่าสนใจของหุ้นเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง รวมถึงรายละเอียดของการขึ้นเครื่องหมาย XD และวันที่รอรับเงินปันผลเข้ากระเป๋าไปพร้อมๆกัน


โดยเริ่มกันที่หุ้น BAM ในฐานะที่ราคาหุ้นเคยวิ่งไปทำนิวไฮสูงสุดได้ที่ 36.25 บาท จากนั้นราคาก็ไม่วิ่งกลับไปสู่ระดับเดิมอีกเลย แต่อย่างไรก็ตามในด้านของเงินปันผล หุ้น BAM จะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 6 พ.ค.64 ซึ่งนักลงทุนก็ยังสามารถนำเงินไปพักลงทุนได้


ขณะที่ในด้านของแนวโน้มธุรกิจนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า  BAM ได้ Restate งบการเงินในปี 62 เพื่อบันทึกรายการสิทธิทางภาษีจำนวน 4,130 ล้านบาท ในงบกำไรขาดทุน เนื่องจากเป็นปีที่สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เกิดรายการดังกล่าว ดังนั้นส่งผลให้ฐานะการเงินของ BAM แข็งแรงขึ้นจากเงินสดและส่วนของทุนที่เพิ่มขึ้นในจำนวนเดียวกัน แต่ข้อเสียคือหลังจากนี้ฐานภาษีของ BAM จะสูงขึ้นเป็น 20% (เดิมเราคาดที่ 11%) เพราะไม่มีส่วนที่จะนำมาหักภาษีที่บันทึกในแต่ละไตรมาส


2) บริษัทตั้งเป้ายอดจัดเก็บเงินสดจำนวน 1.7 หมื่นลบ. แบ่งเป็นยอดจัดเก็บจาก NPL 1 หมื่นลบ. หนุนจากแผน Resell หนี้ไม่มีหลักประกันที่เหลือหลังหักมูลค่าหลักประกันให้กับผู้ประกอบการ AMC รายอื่นที่ถนัดทำตลาดรายย่อยมากกว่า รวมถึงการออกโปรโมชั่นด้านราคาที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นให้ลูกหนี้เข้ามาติดต่อเพื่อปรับโครงสร้างหนี้หรือจ่ายชำระบัญชีทั้งการตีโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้หรือการจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อปิดบัญชีหนี้ ส่วน NPA ตั้งเป้ายอดจัดเก็บที่ 7 พันลบ. หลังเตรียมคัดทรัพย์ราคาพิเศษขายผ่านช่องทาง Online และ Offline มากขึ้นอีก 3 พันรายการ


3) ผลกระทบจากการปิดกรมบังคับคดีเดือน ม.ค. 2564 บริษัทประเมินว่าส่งผลเพียงเล็กน้อยเนื่องจากเป็นการปิดเฉพาะการประมูลทรัพย์ในบางจังหวัดเท่านั้น แต่การวางเงินหรือส่วนงานอื่นๆ ยังเปิดดำเนินงานปกติ แตกต่างจากตอน 2Q63 ที่เป็นการหยุดดำเนินงานทั้งกรม


4) ความเสี่ยงจากการที่ ธปท. สนับสนุนให้ธนาคารจัดทำ Asset Warehousing เบื้องต้นมองไม่กระทบต่อ Supply หนี้เสียมากนักเพราะเป็นมาตรการรองรับเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว และคาดธนาคารจะยังระบายหนี้เสียออกสู่ระบบตามปกติเพื่อปรับคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ


ภายใต้ประมาณการใหม่เราคาดปี 64 BAM จะมีกำไรสุทธิ 2,785 ลบ. โต 51.3%จากปีก่อน จากฐานต่ำบวกกับได้แรงหนุนจากยอดขาย NPL และ NPA ที่เร่งตัวขึ้นจากการใช้กลยุทธ์ราคาเชิงรุก รวมทั้งมียอด NPA ที่ขายแบบผ่อนชำระอีกราว 450 ลบ. ที่ขายไปแล้วในไตรมาส4/63 แต่มีบางส่วนที่ค้างชำระ ซึ่งจะบันทึกส่วนที่เหลือเข้ามาภายในไตรมาส3/64 ส่วน ไตรมาส1/64  แม้คาดกำไรชะลอลงแต่จะไม่ลดลงแรง เนื่องจากการรับรู้รายได้ผ่านกรมบังคับคดียังสามารถทำได้ตามปกติ และเริ่มเห็นยอดประมูลหนี้ NPL เริ่มเร่งตัวขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ.คงคำแนะนำ “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 24.50 บาท


ขณะที่ SCC เป็นที่รู้กันดีว่าบริษัทนี้จ่ายเงินปัลผลต่อเนื่องมาโดยคลอด ทั้งในช่วงระหว่างกาล และแบบเต็มปี และ SCC เป็นหุ้นใหญ่ที่นักลงทุนสงสัยกันอยู่ว่าทำไมไม่ขึ้นซักทีเพราะหุ้นใหญ่ตัวอื่นๆเขาก็ปรับขึ้นกันไปเยอะแล้ว โดย SCC มีกำหนดขึ้น XD ในที่ 8 เม.ย.64 นักลงทุนต้องรับๆกันหน่อยนะ เพราะเดี๋ยวก็จะถึงวันที่ขึ้น XD แล้ว รีบไปซื้อเพื่อรับเงินปันผลไปด้วยกัน


ในแง่ของพื้นฐานธุรกิจ นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า แนวโน้มผลประกอบการของ SCC คาดจะเข้าสู่แนวโน้มของการกลับมาเติบโตใหม่ ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนสูงในอีดต ปัจจุบัน และ อนาคต


1.) ธุรกิจปิโตรเคมี ปี 2566 กำลังการผลิตจะเพิ่ม 70% จากปัจจุบัน หลังโรงงานปิโตรเคมีระดับเวิลด์คลาส LSP กำลังการผลิต 1.6 ล้านตัน ที่เวียดนามสร้างเสร็จ 2) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร เงินจาก IPO ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท บวกด้วยเพดานหุ้นกู้อีก 4 หมื่นล้านบาท จะทำให้ 5 ปีข้างหน้าเติบโตเป็น 2 เท่า 3.) ธุรกิจปูนซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ขายสินค้าพร้อมบริการบวกด้วยโซลูซั่น เน้นลูกค้ารีเทลมากขึ้น เราคาดกำไรปี 2564 จะเติบโต 8.6% สู่ระดับ 37,075 ล้านบาท และ ปี 2565 จะเติบโตต่อ 5.1% สู่ระดับ 38,947 ล้านบาท แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 430 บาท


ข้ามมากันที่หุ้น OSP ในวันที่ราคาหุ้นยังไม่ไปไหนซักที เพราะบริษัทเองยังไม่มีกระแสข่าวว่าจะเอายังไงกับธุรกิจกัญชง เพราะบริษัทน้ำดื่ม หลายๆเจ้าต่างของออกมาอัพเดทแล้วว่ามีแผนยังไงต่อธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตามแม้ราคาหุ้นจะยังไม่วิ่งหรือเตรียมวิ่งนั้น นักลงทุนยังหวังเงินปันผลได้เพราะ OSP จะขึ้นครื่องหมาย XD ในวันที่ 5พ.ค.64


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรในงวดปี 64 จะกลับมาแข็งแกร่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์ที่มีความหลากหลายคือ เน้นเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น จับตลาดใหม่ๆ คือ ผู้หญิง ใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสม ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆสำหรับ เครืองดื่ม Functional Drink ตลาดต่างประเทศยังเน้นเมียนมาร์ แม้จะมีความไม่สงบในระยะสั้น ตลอดจนเร่งโครงการ ฟิต ฟ้าสท์ เฟิร์ม ต่อเนื่อง


โดยการได้รับพันธมิตรใหม่ๆ เช่นร่วมมือกับ KEX ให้ช่วยจำหน่ายสินค้า และให้บริษัทย่อยเข้าซื้อหุ้น 80% ใน iEx บริษัทนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Marketing และ Social Media และการเติบโตจากภายใน (Organic Growth) ก็เป็นแรงส่งให้ยอดขายบริษัทมีการเติบโตดีต่อไป และไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจ มีการศึกษาเรื่องกัญชงมาตั้งแต่ปี 62 ที่จะทำให้สินค้าใหม่ๆ ทั้งเครื่องดื่ม และสินค้าดูแลส่วนบุคคล เพื่อเจาะตลาดเฉพาะในอนาคต


คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ที่ปรับลงเป็น 41.50 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ตามการปรับลดประมาณการปี 64 และ 65 ลงในอัตราปีละ 3% สะท้อนยอดขายเครื่องดื่ม Functional Drink ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการเข้าร้านสะดวกซื้อที่ลดลง เมื่อมีโควิด-19 ระลอก 2 แต่อัตราการเติบโตกำไรปี 64 และ 65 ก็ฟื้นตัวดีขึ้นเป็น+11%/+13% เทียบกับปีก่อนตามลำดับ


มาต่อกันที่ BJC หลังจากที่อุปโภคบริโภคในประเทศเริ่มฟื้นตัวตามธีมการเปิดเมือง หรือกลุ่มท่องเที่ยว แต่พอดูรวมๆแล้วราคาหุ้นยังไปไหนได้ไม่ไกลซักเท่าไหร่ เพราะอาจจะต้องรอลุ้นเรื่องการเปิดห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารให้เต็มที่ อย่างไรก็ตามดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนอาจจะเข้าลงทุนเพื่อเป็นแหล่งพักเงินได้ ขณะเดียวกัน BJC จะขึ้น XD ในวันที่ 29 เม.ย.64


ขณะที่ปัจจัยทางพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าคาดยอดขายและ GPM ขึ้น +6% และ +20bps ดังนั้น เราจึงคงคาดกำไรปี 64 ฟื้นตัวเด่นกว่า 50% เป็น 6,000 ล้านบาท ก่อนที่คาดกำไรจะกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนการเกิดโควิดได้ในต้นปี 65


คงคำแนะนำ BUY โดยคงราคาเป้าหมาย ที่ 40 บาท แม้ปัจจุบันจะเริ่ม upside จำกัด แต่ด้วยทิศทางผลการดำเนินงานที่จะยังฟื้นตัวต่อเนื่อง ประสานกับกระแสการผ่อนคลาย lockdown ของรัฐและการกระจายวัคซีนที่มีมากขึ้นทั่วโลกที่จะมีมากขึ้น ก็ทำให้เรายังแนะนำ Let profit run ต่อได้ โดยหาก roll over เป้าเป็นปี 65 จะกลายเป็น 45 บาท


ปิดท้ายกันที่ TCAP อีกหนึ่งหุ้นใหญ่ ที่ราคาหุ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค.ปีที่แล้วผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ราคาหุ้นยังปรับพิ่มเพียง 20% แต่อย่างไรก็ตามดังนั้นเป็นการที่ราคาหุ้นยังไม่ไปไหน เหล่านักลงทุนจึงสามารถเข้าเก็บหุ้นเพื่อรอเงินปันผลได้ โดย TCAP จะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พ.ค.64 ซึ่งดูแล้วตอนนี้มีอัตราผลตอบแทนในระดับถึง 8%เลยทีเดียว


สำหรับคำถามในด้านของปัจจัยพื้นฐานที่จะตอบนักลงทุนได้นั้น คงจะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คงประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ไว้ที่ 4.1พันล้านบาท และคาดกำไรไตรมาส1/64 จะหดตัวลงต่อจากกำไรของ บริษัทลูกที่ลดลง โดยหดตัวลงแรงเพราะไม่มีกำไรพิเศษเข้ามาช่วยอีก เนื่องจาก TCAP ได้ขายสินทรัพย์ก้อนใหญ่ๆออกไปหมดแล้ว ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไรมีโอกาสหดตัวลงต่อจาก TMB ที่ต้องสำรองฯเพิ่มขึ้นอีก แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายที่ 35 บาทต่อหุ้น



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Wealth EZ
“ห้างหุ้นส่วนสามัญ”... ทางเลือกใน “การประหยัดภาษี” จริงหรือ?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“UWEQP” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” ง่ายๆ สไตล์ “Passive” สร้าง “ผลตอบแทน” สะท้อนการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นระดับโลก กระจายความเสี่ยง พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
อินโดฯ ถูก MSCI ทบทวนสถานะ โบรกฯ มองเงินทุนอาจย้ายฐาน คาดไหลออกราว 8-9 พันล้านดอลลาร์ ไทยลุ้นรับอานิสงส์ ธีมเด่น AI-Data Center
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้น 3 ธีมตัวตึง รับเม็ดเงินหมุนสู่ความมั่นคง
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Insurance
“อินชัวร์ เอกซ์” กางแผน 5 ปี ชูปรัชญา "4 INs" ผนึก 3 กลยุทธ์ หนุนเบี้ยประกันแตะ 1 หมื่นลบ. ในปี 73 พร้อมปั้นทัพตัวแทน ดันฐานลูกค้าสู่ 1 ล้านราย
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update