เปิดคาดการณ์เงินปันผลระหว่างกาล 9 บริษัทชื่อดังในตลาดหุ้นไทย
กำลังจะเข้าสู่ช่วงประกาศงบการเงินงวดครึ่งปีแรกของปี 2566 กันแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่นักลงทุนจับตา คือ การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ดังนั้นทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้รวบรวมหุ้นที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีการเงินปันผลระหว่างกาลมาฝากนักลงทุน
โดยมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ ดักซื้อหุ้นจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูง ซึ่งเมื่อปิดงวดงบการเงินไตรมาส 2 หลายบริษัทจดทะเบียนจะประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล จึง Scan หุ้นที่อยู่ใน DBSVTH Coverage เพื่อเฟ้นหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ฐานะการเงินแข็งแรง และจะจ่ายปันผลระหว่างกาลสูง
ทั้งนี้ผลจากการศึกษาพบว่า หุ้นปันผลสูงที่คาดว่าจะจ่ายปันผลระหว่างกาลในเกณฑ์ดี รวมถึงเป็นหุ้นที่ยังมี Upside จากราคาปัจจุบัน ได้แก่ LH, ORI, SPALI, MC, SC, KKP, DRT, PTT, ADVANC และ SCC
สำหรับหุ้นดังกล่าวข้างต้น สามารถสะสมเพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาวรับปันผลสูงได้ด้วย เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีธุรกิจมั่นคง โครงสร้างผู้ถือหุ้นแข็งแรง แนวโน้มไปได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มศักยภาพ
อย่างไรก็ตาม Wealthy Thai ได้รวบรวมความคาดการณ์ตัวเลขเงินปันผลระหว่างกาลของ 9 บริษัทชื่อดังในตลาดหุ้นไทยมาฝากนักลงทุน
เริ่มจาก ORI นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินเงินปันผลครึ่งปีแรกของปี 66 อย่างอนุรักษ์นิยมที่ 0.18 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 1.7%
ตามด้วย SPALI นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินเงินครึ่งปีแรกของปี 66 หุ้นละ 0.60 บาท ให้ Dividend Yield 2.9% แนะนำ "สะสม" โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 ฟื้นตัวจากไตรมาสแรก เนื่องจากคาดว่าไตรมาส 1/66 เป็นจุดต่ำสุดรายไตรมาสของผลประกอบการปี 2566 แล้ว โดยช่วงที่เหลือของปี คาดกำไรฟื้นตัวตามลำดับจากโครงการแนวสูงสร้างเสร็จพร้อมโอน 2 โครงการ ประมาณการรายได้ปี 2566 ของฝ่ายวิจัยมี Backlog รองรับแล้ว 44% หรือราว 1.5 หมื่นล้านบาท จากคาดการณ์รายได้ปีนี้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท
ถัดมา QH นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นระหว่างกาลครึ่งปีแรกของปี 66 ที่ 0.04 บาท (คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ราว 2%) คงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 2.45 บาท
SCB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินเงินปันผลครึ่งแรกปี 66 หุ้นละ 1.60 บาท ให้ Dividend Yield 1.5% โดยมองกลุ่มธนาคารเป็นหุ้นกลุ่มเด่น หากการจัดตังรัฐบาลเดินหน้าและจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จใน เดือน ก.ค. เนื่องจากจะส่งผลให้ภาวะสุญญากาศทางการเมืองคลายตัวลง และตามด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ADVANC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดเงินปันผลกลางปีที่ 4.23 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.0% โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2566 ที่ 240 บาทต่อหุ้น ผลประกอบการไตรมาส 2/66 มีแนวโน้มดีกว่าที่ตลาดคาดก่อนหน้า และการกลับมาเติบโตจากไตรมาสแรก ของ ARPU ในตลาด Prepaid ทำให้หุ้นน่าสนใจกลับเข้าสะสมรอบใหม่
BPP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดปันผลครึ่งแรกของปีที่หุ้นละ 0.35 บาท ให้ Dividend Yield 2.4% ประเมินว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความผันผวนจากปัจจัยการเมืองในประเทศ เนื่องจากจุดเด่นของบริษัท คือ Operation ส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ ฯลฯ จึงมีความเสี่ยงเชิงนโยบายจำกัดจากการเปลี่ยนรัฐบาล
ส่วนแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/66 คาดเติบโตทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสแรก เนื่องจากการเข้าสู่ High Season ของ โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และไม่มีการหยุดจ่ายไฟของโรงไฟฟ้า SLG ในจีนเหมือนในไตรมาส 1/66 คาดกำไรปี 2567 เติบโต 25% เป็น 4.18 พันล้านบาท จากโรงไฟฟ้า Nakoso ที่ญี่ปุ่นกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง
INTUCH บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินปันผลครึ่งแรกของปี 66 ที่ 1.4 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.9% คงคำแนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมายที่ 81 บาท ยังคงชอบ INTUCH ในฐานะหุ้นปันผล 4.1% ต่อปี คิดเป็นผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มมือถือ
SABINA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินปันผลครึ่งแรกปี 2566 ที่ 0.6 บาท (อัตราการจ่าย 90% และอัตราตอบแทนเงินปันผล 3.6%) คาดกําไรสทธิไตรมาส 2/66 ที่ 114 ล้านบาท เติบโต 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3%จากไตรมาสแรก
ปิดท้ายที่ SIRI บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินปันผลครึ่งแรกปี 2566 ที่ 0.07-0.08 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น dividend yield สูงถึง 3.6-4.1% แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.20 บาท โดยเห็นสถานการณ์ presale ของ SIRI มีสัญญาณดีขึ้น ในขณะที่ช่วงที่เหลือของปียังมี backlog รอโอนมาก โดยเฉพาะบ้านกลุ่ม luxury ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี GPM สูงกว่าปกติโดยรวมคาดกำไรสุทธิยังทำ new high ได้ต่อ สวนทางกลุ่มฯ

