Official Update :

PTT การเติบโตครั้งใหม่กำลังเกิดขึ้น ที่จะช่วยยกระดับ “Valuation” ในระยะยาว

ถ้าบอกว่าการเติบโตครั้งใหม่ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กำลังจะเกิดขึ้น! นักลงทุนหลายคนคงจะไม่เชื่อ และสงสัยกันว่าธุรกิจน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติว่าจะเติบโตอีกครั้งได้อย่างไร เนื่องด้วยหลายแห่งประเทศทั่วโลก เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้นวัตกรรมใหม่ที่ไม่ใช้พลังงานในรูปแบบเดิมไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ


แน่นอนว่าสิ่งที่เรากำลังจะกล่าวถึงในการเติบโตครั่งใหม่ของ PTT นั้นไม่ใช่ธุรกิจด้านพลังงานที่มาจากฟอสซิล หรือ Fossil Energy แต่มันคือธุรกิจ Life Science ที่มุ่งในธุรกิจยาอาหารเสริมสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ และ EV Value Chain ซึ่งมุ่งขยายธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรตั้งแต่แบตเตอรี่ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าและดิจิทัลแพลตฟอร์ม


โดย ทาง PTT ได้จำกัดคำนิยามของทั้งสองธุรกิจใหม่ดังกล่าวว่า “Future Energy & Beyond” ซึ่ง PTT มีแผนที่จะเตรียมผลักดันให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีสัดส่วนกำไรให้ได้มากกว่า 30% ภายในระยะเวลา 7 ปี หรือสามารถทำได้ในปี 2573 ซึ่งนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มองว่าจะเป็นการช่วยยกระดับ Valuation ในระยะยาว


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ขยายความประเด็นการลงทุนที่น่าสนใของ PTT ในการมุ่งหา New Growth ว่า ปัจจัยดังกล่าว ถือหนึ่งในเป้าหมายธุรกิจระยะยาวของ PTT คือ การมองหา New Growth ด้วยการเพิ่มสัดส่วนกำไรของธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและธุรกิจอื่นให้มากกว่า 30% ในปี 73  


ดังนั้นเอง PTT จึงมีกลยุทธ์ธุรกิจที่สำคัญ 2 เรื่องคือการมุ่งสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า(Future Energy) และ รุกธุรกิจใหม่ที่ไปได้ไกลกว่าพลังงาน (Beyond)


PTT ได้ให้มุมมองกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจใหม่นี้ในงานประชุมนักวิเคราะห์ โดยหลักการสำคัญในการขยายธุรกิจคือ การมองหาพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มีความเชี่ยวชาญจริงในธุรกิจนั้นๆ พัฒนาธุรกิจใหม่ให้ครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และ มองหาช่องทางขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งด้านบริหารจัดการ โดยอาศัยทรัพยากรและฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง กว้างขวางของ PTT


โดยหากมองลึกลงถึงพื้นฐานแต่ละธุรกิจนั้นทาง PTT ได้วางแผนในอนาคต โดยฝากไว้กับ 2 บริษัทย่อยที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็น บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด และ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ซึ่งทั้งสองบริษัทถือเป็นบริษัทแกนหลักที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโตครั้งใหม่นี้


[ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต หรือ Life Science]

ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Science) ของ PTT มี “อินโนบิก (เอเซีย)” เป็นบริษัทแกนด้วยทุนจดทะเบียน 1.36 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วย 1. Lotus ซึ่งเป็น บ.จดทะเบียนในไต้หวัน ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาโดยมุ่งเน้นยาสามัญที่ครอบคลุมหลายกลุ่มโรค ซึ่ง PTT เริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 64 โดยในไตรมาส 1/66 ทาง Lotus มีรายได้เติบโต 43% จากปีก่อน และมีกำไรเติบโตมากถึง 168%


2.บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ซึ่งเป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ โดย PTT ถือหุ้นสัดส่วน 20% ซึ่ง IP ทำธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร ตั้งแต่เวชภัณฑ์นวัตกรรมยา จนถึงอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ร้านขายยา และล่าสุดคือโรงพยาบาล โดยมีแผน Spin-off ร้านขายยาและโรงพยาบาลเข้าจดทะเบียนต่อไป


3.บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NAM ทำธุรกิจผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อและให้บริการที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วงที่ผ่านมา NAM มีรายได้ปี 65 จำนวน 1.1 พันล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 176 ล้านบาท โดยปัจจุบันนี้ NAM ได้ยื่น Filing เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ (IPO) เรียบร้อยแล้ว


[
ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร (EV Value Chain) ]

ขณะที่ด้านของ ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร (EV Value Chain) PTT มี “อรุณพลัส” เป็นแกนนำ ด้วยทุนจดทะเบียน 2.75 หมื่นล้านบาท ได้แก่ 1.Horizon Plus ร่วมทุน 60% กับ Foxconn 40% ทำธุรกิจผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทย โดยมีเป้าหมายเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 67 เริ่มต้นที่จำนวน 50,000 คันต่อปี


2.Nuovo Plus ถือหุ้น 51% และ GPSC 49% ซึ่งทำธุรกิจ Battery Value Chain โดยโครงการสำคัญคือ ร่วมทุน 51% กับ Gotion 49% ซึ่งถือเป็นบริษัทชั้นนำของจีนด้านแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อนำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายโมดูลแบตเตอรี่และชุดแบตเตอรี่ และมีโรงงาน Module Battery 1,000 MWh จะดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 4/66 ก่อนจะขยายเป็น 2,000 MWh ต่อไป


3.EVME Plus ให้บริการด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ให้เช่า บริการข้อมูลเกี่ยวกับสถานีอัดประจุไฟฟ้า เป็นต้น


ทั้งนี้จากประเด็นที่กล่าว บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” Valuation ของ PTT ต่ำมากด้วย P/B 0.8 เท่า และอัตราเงินปันผลสูง 6.3% โดยตลาดให้ความสนใจกับ บริษัทย่อยทั้งพลังงานต้นน้ำและปลายน้ำตามแนวโน้ม Key Drivers ในแต่ละช่วงเวลามากกว่า โดยมองว่าสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Future Energy & Beyond ที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นและความเคลื่อนไหวทางธุรกิจในอนาคตจะเป็นตัวช่วยที่ยกระดับ Valuation ในระยะยาวสำหรับ PTT ได้   แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37.50 บาท


สันติภาพ เกตุสร้อย

บรรณาธิการ