จับตา! 4 หุ้นผลงานผ่านจุดต่ำสุด เตรียมรับการฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง
กำลังอยู่ในช่วงทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/66 ซึ่งมีทั้งบริษัทที่ผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าคาดและต่ำกว่าคาด วันนี้ Wealthy Thai จึงมี 4 หุ้นที่นักวิเคราะห์คาดว่าผลการดำเนินงานจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/66 และทยอยฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังมาฝาก
โดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า แนะนำกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/66 และไตรมาส 3-4/66 จะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเลือก 4 หุ้นเด่น ได้แก่ ERW, PTT, OSP และ KCE
สำหรับ ERW แม้ปกติช่วงไตรมาส 2 จะเป็นโลว์ซีซั่นของทุกปี แต่ฝ่ายวิจัยประเมินว่าไตรมาส 2/66 บริษัทจะรายงานกำไรปกติที่ 70 ล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนปกติในไตรมาสเดียวกันปีก่อนและสูงกว่ากำไรในไตรมาส 2/62 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิด Covid-19
ขณะเดียวกันบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มไตรมาส 3/66 ยังคงเป็นกำไรต่อเนื่อง พลิกจากขาดทุน 11 ล้านบาท ในไตรมาส 3/65 และปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2/66 ตาม seasonality (หากมีการชุมนุมอาจทำให้ผลประกอบการทรงตัวหรือลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าได้)
ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 66 เพิ่มขึ้น 19% มาอยู่ที่ 650 ล้านบาท จากเดิม 545 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 278 ล้านบาท ในปี 65 จากแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/66 ที่ดีกว่าที่คาด ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 5.70 บาท
ส่วน PTT บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 ราว 22,568 ล้านบาท ลดลง 60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยประเมินกำไรปกติฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกและช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการฟื้นตัวที่เร่งขึ้นของธุรกิจก๊าซฯ ธุรกิจโรงกลั่น และปิโตรเคมี จากstock loss และ oversupply ที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม มอง PTT สามารถซื้อลงทุนระยะยาวได้เพราะธุรกิจก๊าซฯ ฟื้นตัว จากต้นทุนก๊าซฯ ลดลงตามราคา spot LNG กำไรปี 66 อยู่ในระดับสูง ใกล้เคียงช่วงก่อนเกิด Covid-19 คาดจ่ายปันผลได้ราว 2บาท คิดเป็น dividend yield ราว6.3% และ PBV ปัจจุบันราว 0.8 เท่า สะท้อนแรงกดดันของธุรกิจก๊าซฯ ที่ถูกกดดันจากการแทรกแซงของรัฐไปมากแล้ว รวมถึงแนวโน้มกำไรที่คาดฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 46 บาท
ถัดมา OSP บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า แม้กำไรปกติไตรมาส 2/66 จะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นในไตรมาส 3/66 และเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุดของปีนี้ในไตรมาส 4/66 โดยได้แรงหนุนอัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่งจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นและต้นทุนสินค้าขายโดยเฉลี่ยที่ลดลง รวมถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงคงคำแนะนำ Outperform ด้วยราคาเป้าหมาย 32 บาท
สุดท้าย KCE บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานคาดว่าจะ Bottom out แล้วในครึ่งแรกปี 66 และจะเติบโตในช่วงครึ่งหลังปีนี้จาก Capacity ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนที่คาดว่าจะลดลง โดยเฉพาะราคาทองแดงในตลาดโลก และค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มลดลง สะท้อนการปรับลดลงของราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน
ขณะที่ระยะกลางถึงยาว จะได้ประโยชน์จากจุดเด่นของ KCE ที่เป็นผู้ผลิตแผงวงจรรายใหญ่ TOP10 ของโลก ให้กับผู้ผลิตรถยนต์โดยเฉพาะในประเทศยุโรป และสหรัฐฯ ซึ่งจะได้รับผลบวกจากปริมาณความต้องการแผงวงจรในรถยนต์เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาหุ้น KCE ปรับฐานลงมา คาดว่าสะท้อนปัจจิยลบไปค่อนข้างมากแล้ว แนะนำให้ทยอยสะสม เพื่อรอการฟื้นตัวของผลประกอบการตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 61 บาท

