SMT หั่นเป้ารายได้ปี 66 เหลือ 3.3 พันลบ. รับผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
SMT ปรับเป้ายอดขายปี 2566 ลงเหลือ 3,300 ล้านบาท จากเดิม 4,000 ล้านบาท เหตุภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หวังครึ่งปีหลังผลงานฟื้น รับผลบวกฤดูกาล-รับรู้รายได้ EV Charger Controller คาดปี 2567 สัดส่วนขยับเป็น 50% ของยอดขายรวม พร้อมวางเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้า ยอดขายแตะ 10,000 ล้านบาท
นายวิรัตน์ ผูกไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/66 คาดยอดขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จากผลของฤดูกาลและการรับรู้ยอดขายของสินค้าใหม่ เช่น EV Charger Controller และสินค้ากลุ่ม Audio Backplate ที่จะเข้ามาช่วยหนุนการเติบโต โดยบริษัทเน้นกลยุทธ์การบริหาร Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ การขยายฐานลูกค้าเพิ่ม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในตลาดอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับกลุ่มสินค้า EV Charger Controller เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความสนใจและมีความต้องการสูง ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) ประมาณ 100 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะรับรู้รายได้รวมประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนปี 2567 คาดว่าสัดส่วนรายได้ของ EV Charger Controller จะขยับขึ้นเป็น 50% ของยอดขายรวม จากปีนี้ที่มีสัดส่วนค่อนข้างน้อย
ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างการขยายสินค้าใหม่ในกลุ่ม Medical เช่น เครื่องเอกซเรย์ภาพสี และเครื่องมือทางการแพทย์อื่นๆ ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อราว 1 ล้านชิ้นต่อเดือน
ส่วนการลงทุน ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทใช้เงินลงทุนไปแล้ว 50 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาระจ่ายด้านภาษี ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังอาจมีการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อขยายประสิทธิภาพการผลิตในกลุ่ม IC Packaging อีกราว 20-30 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายในปี 2566 ยังเติบโตในระดับ 2 หลัก แม้จะมีการปรับเป้าหมายรายได้ลงมาอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท จากเดิมที่ 4,000 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยธุรกิจ OSAT ซึ่งเป็นสินค้าประเภท IC Packaging มีคำสั่งซื้อชะลอตัว ส่วนธุรกิจ Optics อุปกรณ์การสื่อสารผ่านเส้นใยแก้วนำแสง ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง ยังมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นสามารถปรับเพิ่มขึ้น จากสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าในปี 2567 จะมียอดขายในระดับ 4,000-5,000 ล้านบาท และภายใน 5 ปีข้างหน้ายอดขายจะเติบโตแตะระดับ 10,000 ล้านบาท
