วัดใจ 3 ทางเลือกตั้งรัฐบาล “เพื่อไทย” หากดึง 2 ลุงร่วม ระวังแรงกดดันนอกสภา โบรกฯ ชี้หุ้นไทยยังผันผวนต่อ ต่างชาติไม่ซื้อ
นักวิเคราะห์มองภาพการเมืองมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่มีความผันผวนอยู่บ้าง จากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาร้องปมเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำ ผิดญัตติหรือไม่ ดังนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวคาดเห็น Flow ต่างชาติยังไม่ซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยฯ และมีโอกาสเห็นตลาดหุ้นไทยแกว่งผันผวนในกรอบแคบช่วง 2 สัปดาห์นี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีความเห็นว่า การรวบรวมคะแนนเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแข็งแรงขึ้น แต่กำลัง เข้าสู่ช่วงรอยต่อที่สำคัญ หลังพรรคเพื่อไทยแถลงว่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ด้วยเสียงตั้งต้น 212 เสียง คือ เพื่อไทย 141 เสียง และภูมิใจไทย 71 เสียง
ล่าสุดมีพรรคร่วมอีก 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคเพื่อไทยรวม พลัง 2 เสียง พรรคพลังสังคมใหม่ 1 เสียง และพรรคท้องที่ไทย 1 เสียง ขณะที่วันพรุ่งนี้ พรรคเพื่อไทยจะแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนาอีก 10 เสียง
โดยทำให้ขณะนี้มีเสียงรวมกัน 236 เสียง ซึ่งต้องหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เกิน 250 เสียงขึ้นไป และต้องมีเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกอีกกว่า 100 เสียงจึงจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ จากนี้ไปจะถึงจุดสำคัญของการที่ต้องตัดสินใจในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีทางเลือกที่เป็นไปได้ดังต่อไปนี้
-
ได้เสียงจากพรรคก้าวไกล 151 เสียง โดยที่ไม่ได้ดึงมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลซึ่ง จะทำให้มีคะแนนเสียงรวม 387 เสียง (236 + 151 = 387 เสียง) แต่กรณีนี้ความ มีเสถียรภาพของรัฐบาลจะต่ำ เนื่องจาก ในที่สุดพรรคก้าวไกลก็จะกลับไปทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้าน
-
เชิญพรรคพลังประชารัฐ และ / หรือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีจำนวน ส.ส. 40 และ 36 เสียง ตามลำดับ ซึ่งน่าจะได้เสียงสนับสนุนจาก สว. จนผ่าน 375 เสียง (กึ่งหนึ่งของรัฐสภา) แต่ก็ต้องระวังแรงกดดันนอกสภาฯ
-
สส. มีเอกสิทธิในการโหวตนายกฯ ซึ่งอาจมี สส. บางท่าน โหวตสนับสนุน นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย แม้พรรคต้นสังกัดจะไม่ได้ร่วมรัฐบาล กรณี นี้อาจตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็จะไม่มีเสถียรภาพในการทำงาน
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าติดตาม คือ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะพิจารณารับ หรือ ไม่รับ คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ เสนอให้วินิจฉัยการใช้ข้อบังคับการประชุม ที่ 41 ของรัฐสภา ในการโหวตเลือกนายกฯ โดยศาลฯ นัดประชุม 16 ส.ค.66
หากไม่มีคำสั่งห้ามใดๆ หรือ ไม่รับไว้พิจารณา ก็น่าจะทำให้กระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาเดินหน้าต่อสุญญากาศทางการเมืองก็จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สั้นลง แต่หากเป็นไปตรงข้าม ก็จะเกิดสุญญากาศทางการเมืองที่ยาว ในช่วงเวลาของการรอคอยความชัดเจน SET Index มีโอกาสผันผวนในกรอบแคบ และมีปริมาณการ ซื้อขายที่เบาบางลงได้
ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ ประเมินภาพการเมืองมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่มีความผันผวนอยู่บ้าง จากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาร้องปมเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำ ผิดญัตติหรือไม่ ดังนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวคาดเห็น Flow ต่างชาติยังไม่ซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยฯ และมีโอกาสเห็นตลาดหุ้นไทยแกว่งผันผวนในกรอบแคบช่วง 2 สัปดาห์นี้
