Official Update :

วิเคราะห์หุ้นกลุ่มสื่อสาร อนาคตเป็นอย่างไรในวันที่ถูกลืม

กลุ่มสื่อสารเสมือนเป็นกลุ่มหุ้นที่ถูกลืม เพราะหลายคนคงจะมองว่าการแข่งขันทางด้านราคาจะส่งผลต่อผลกำไรของกลุ่มและรายตัว แต่อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ยังมีมุมมองบวกคือการที่หุ้นจะไม่ถูก Short แถมยังมีปัจจัยจากกระแสเม็ดเงิน


ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มสื่อสารมักจะถูกหมางเมินจากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนรายย่อย ถึงแม้ว่าในช่วงปี 63 ที่ผ่านมาราคาหุ้นจะขยับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับกระแสการทำงานแบบ Work From Home แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันทางด้านราคา การหั่นอัตราค่าบริการลงเพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้จึงทำให้มาร์จิ้น หรือยอดรับรู้รายได้ต่อหมายเลขเฉลี่ยลดลง


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่ากลุ่มสื่อสารเป็นกลุ่มที่ Underperform และถูก Shot อย่างหนาแน่นมาโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา ในระดับที่ใกล้เคียงกันโดยคิดเป็นประมาณ 3.5% ของมูลค่าการซื้อขายบนกระดานหลัก โดยต้นทุนเฉลี่ยในการ Short ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาของ TRUE อยู่ที่ 3.30 บาท ขณะที่ ADVANC อยู่ที่ 170 บาท ส่วน INTUCH อยู่ที่ 55.50 บาท และ DTAC อยู่ที่ 32.50 บาท


ทั้งนี้ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยในระยะสั้นหมดแล้ว คาดว่าจะมีแรงซื้อคืนจากการ Short Covering เข้ามาหนุนหุ้นทั้งกลุ่มเพิ่มเติม ซึ่งกลุ่มสื่อสารจะเข้ามาช่วยพยุง SET INDEX ได้ในระยะถัดไป


ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่าเม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้าหุ้นกลุ่มสื่อสารในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่กลุ่มสื่อสาร เป็นอุตสาหกรรมที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ อันดับที่ 5 ของตลาดหุ้นไทย สามารถรองรับ Fund Flow ขนาดใหญ่ได้


นอกจากนี้ราคาหุ้นในกลุ่มยัง Laggard เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ รวมถึงการแพร่ระบาด โควิด-19 ในประเทศไทยส่งผลกระทบจำกัดหรืออาจได้ประโยชน์อ้อมๆจากการ Work From Home ของประชาชน โดยคาดหุ้นในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่มีโอกาสถูกเข้าเก็งกำไรได้แก่ ADVANC - DTAC และ  INTUCH


สำหรับ ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นในแต่ละนั้นจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปดูว่าหลังจากที่หมดปัญหาการถูก Short Sale ประกอบกับจะมีปัจจัยบวกอะไรใหม่ที่พอจะช่วยให้เรียกกระแสเม็ดเงิน Fund Flow เข้ามายังหุ้นในกลุ่มสื่อสารได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามอาจจะต้องเผชิญกับการมีผู้เล่นในตลาดคนที่ 4 อย่างบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด


โดยบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ระบบโครงการข่าย 5G ของ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และอยู่ระหว่างรออนุมัติ หลังจากนั้นจะส่งต่อไปยังครม. โดยจะใช้งบลงทุนไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปี (64-65)


ทั้งนี้พันธมิตร 5G เจรจากับ ADVANC และ TRUE อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะได้ข้อสรุปว่าจะเลือกรายใดรายหนึ่งหรือทั้งสองรายในเดือนเม.ย.นี้ ขยายธุรกิจมือถือ 5Gต่อโดยจะมีพาร์ทเนอร์ช่วย


สำหรับคำแนะนำพื้นฐาน เรามองว่าการเข้ามารุก 5G ของ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติในฐานะผู้เล่นรายที่สี่ในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมรวม การร่วมมือกับพันธมิตร 5G ในอนาคตไม่ว่าจะเป็น ADVANC หรือ TRUE เรามองว่าจะช่วยขยายความครอบคลุมบริการ 5G ได้แค่ระดับหนึ่ง


ในขณะที่ผลบวกต่อผู้ประกอบการทั้งสองรายจะมีมากกว่าจากการได้เข้าใช้คลื่น ดังนั้นมองว่าเป็นอัพไซด์ต่อธุรกิจ 5Gของทั้ง ADVANC และ TRUE ในระยะยาว เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ADVANC (ราคาเป้าหมาย 232 บาท) และ “ซื้อเก็งกำไร” TRUE (ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท)


สำหรับประเด็นปัจจัยบวกรายตัว ADVANC บริษัท หลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า สิ้นปี 63 มีลูกค้า 5G2.4 แสนราย แล้วสิ้นม.ค.64 เพิ่มก้าวกระโดดเป็น 4.3 แสนราย คิดเป็น 43% ของเป้าหมาย 1 ล้านรายในสิ้นปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยอดขาย iPhone 12 ที่แข็งแกร่ง


ทั้งนี้บริษัทเห็น ARPU ของ 5G จะสูงกว่า 4G ราว 10-15%จำนวนผู้ใช้บริการฟื้นตัวในไตรมาส4/63 โดยหลักมาจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล โดยจำนวนผู้ใช้บริการกลับมาเติบโตได้ในไตรมาส4/63  หลังจากหดตัวในช่วง 9เดือนของปี 63 และยังดีต่อในช่วง 2 เดือนแรกของปี 64 คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 222 บาท (DCF) คาดการณ์อัตรากำไรเงินปันผลปีนี้ไว้ประมาณ 4% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับหุ้น Big cap


ขณะที่ TRUE บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มองว่า จำนวนผู้ใช้ 5G ของ TRUE พุ่งแตะ 1 ล้านราย ณ สิ้นปี 64 วางงบลงทุน 4-6 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมค่าใบอนุญาตคลื่น) ในช่วงปี 63-65 เพื่อรองรับการลงทุนโครงข่ายและอุปกรณ์ 5G บริษัทติดตั้งเสาโทรคมนาคมไปมากกว่า 1 หมื่นเสาและครอบคลุมครบ 77 จังหวัด ซึ่งเฉพาะในพื้นที่กทม. และปริมณฑลได้ขยายโครงข่ายไปแล้ว 98% ในปีนี้จะเน้นเพิ่มเสา


ทั้งนี้ยังคงคาดการณ์อย่าง อนุรักษ์นิยมว่าขาดทุนหลักปีนี้จะลดลงมากถึง 60% จากปีก่อน งบลงทุนได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 63 และมีแนวโน้มลดลงทั้งในปี 64 และ 65 เรามองว่า 5G จะผลักดันรายได้ ARPU และผลประกอบการหลักของ TRUE ให้กลับมาพลิกฟื้นในระยะยาว แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท


ส่วน DTAC บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด มองว่า ประเด็นของการลดค่า USO เรายังไม่ทราบรายละเอียดของการลด เราจึงวิเคราะห์ sensitivity ของการปรับลดต่อกำไรในปี 64 ในตอนนี้ DTAC จ่ายค่า USO 1.46พันล้านบาท อย่างไรก็ตามหากมีการลด USO จะทำให้DTAC มีกำไรเพิ่มขึ้น 27%


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า DTAC ตั้งเป้าหมายปี 2564 Service revenue ex. IC และ EBITDA ลดลง YoY และตั้งงบลงทุนที่ 1.3-1.5 หมื่นล้านบาท เป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นใหม่สำหรับเรา เราคาดกำไรปี 2564 ของ DTAC จะอ่อนแอลงอยู่แล้ว เนื่องจากโครงสร้างคลื่นในมือที่ด้อยกว่าคู่แข่งในตลาด 5G ทำให้ Priority ของ DTAC อยู่ที่การรักษาฐานลูกค้าเป็นหลักมากกว่า


อย่างไรก็ตามปรับลดประมาณการกำไรปกติของ DTAC ปี 2564 เป็น 3.8 พันล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อน หลักๆจากการปรับลดสมมติฐาน Service revenue ex. IC เป็น -3% จากปีก่อน แต่คาดปี 65 กำไรฟื้นกลับมาที่ระดับ 4.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เพราะผลของการได้คลื่นเพิ่มเพื่อนำเสนอ 5G เราปรับคาดการณ์ Payout Ratio จาก 80% ขึ้นเป็น 100% หลัง DTAC จ่ายปันผลสูงต่อเนื่อง

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่