เพื่อไทยแถลง 11 พรรคร่วม! ผนึกขั้วอำนาจเดิมตั้งรัฐบาล จับตาหนุนหุ้น “แก๊งกัญชา” คืนชีพ
เป็นที่ชัดเจนแล้ว ล่าสุด พรรคเพื่อไทยแถลงพร้อมเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรครวม 314 เสียง และยืนยันเสนอชื่อ นาย เศรษฐา ทวีสิน โหวตนายกฯ ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยพรรคเพื่อไทยแถลง พร้อมจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรครวม 314 เสียง ยืนยันเสนอชื่อ "เศรษฐา" โหวตนายกฯ
ทั้งนี้พร้อมผลักดันนโยบาย "เงินดิจิทัล-เงินเดือน ป.ตรี 2.5 หมื่นบาท-ขึ้นค่าแรง-กัญชาการแพทย์" และ แก้ไขปัญหา-กระตุ้นเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก โดยมี นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นตัวแทน พปชร.เข้าร่วมแถลงข่าว
โดยทางฝ่ายมองหุ้นในกลุ่มค้าปลีก กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มก่อสร้าง และ กลุ่มกัญชง-กัญชา กลุ่มธนาคาร และ กลุ่มโรงไฟฟ้า อาจกลับมาคึกคัก รับการจัดตั้งรัฐบาล และ การผลักดันนโยบายข้างต้น
โดยมอง BRR, THG, GUNKUL, HFT, TWZ (กลุ่มเกี่ยวข้องกัญชา) CPAXT, CRC (ค้าปลีก) ICHI, SAPPE, CBG (เครื่องดื่ม) STEC, SIRI, CK (ก่อสร้าง) BBL, KBANK, SCB, KTB (ธนาคาร) และGULF, EA (โรงไฟฟ้า)
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวความพร้อมจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค รวม 314 เสียง และเสนอชื่อ Candidate นายก คือ นายเศรษฐาฯ
ทั้งนี้พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา-กระตุ้นเศรษฐกิจลำดับแรก มองบวกต่อ SET และหุ้นอิงภายใน ธนาคาร SCB, KBANK ค้าปลีก CPAXT, DOHOME, GLOBAL สื่อสาร ADVANC, TRUE, BE8 กลุ่มรับภาพบวกเร่งลงทุนรัฐบาลใหม่ นิคม WHA, AMATA รับเหมา STEC, พลังงาน PTT, ไฟฟ้า GULF
สำหรับความคืบหน้าการเมืองดังกล่าว เราประเมินมีนัยฯต่อ SET เนื่องจากความไม่ชัดเจนดังกล่าวถือเป็นประเด็นที่ถ่วงมานานกว่า 3 เดือน และเชื่อเป็นส่วนหนึ่งทำให้ SET เคลื่อนไหว Underperform ตลาดหุ้นอื่นๆของโลกในปีนี้ YTD -9.4% อย่างชัดเจน
โดยหลังจากนี้ ติดตามท่าที สว. โดยพรรคเพื่อไทยต้องการคะแนนเสียงโหวตนายกฯอีกราว 62 เสียง ซึ่งแม้ล่าสุดยังมีกลุ่มเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับ Candidate นายกฯ พรรคเพื่อไทย แต่มีฝั่งเสียงสนับสนุนมากพอสมควร
ขณะที่หากโหวตผ่าน จะเป็นจิตวิทยาบวก คาดตลาดจะติดตามเรื่องต่อไปนี้ เพื่อประเมิน Upside
1.หน้าตา ครม. ใหม่ และทีมเศรษฐกิจว่าจะสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุนมาก/น้อยเพียงใด และ 2.การขับเคลื่อนนโยบายหลักๆที่นำโดยพรรคเพื่อไทย หนุนกลุ่มค้าปลีกอิงกำลังซื้อต่างจังหวัด (CPAXT, DOHOME, GLOBAL) ดิจิทัล (ADVANC, TRUE, BE8) ธนาคาร (SCB, KBANK) และการลงทุน (WHA, STEC, PTT, AMATA, GULF)
อย่างไรก็ตามมองว่านโยบายพรรคเพื่อไทยเน้นไปที่ 2 องค์ประกอบหลัก คือ ส่วนที่ 1 คือ เศรษฐกิจฐานราก+ดิจิทัล (Digital Wallet กระตุ้นบริโภคระยะสั้น, เพิ่มรายได้ต่อครัวเรือน หนุนระยะกลาง-ยาว ผ่านกลไกเพิ่มทักษะ (Platform สร้างอาชีพ 1 คนที่มีศักยภาพใน 1 ครอบครัว 1 Soft Power จัดโครงสร้างธุรกิจเกษตร (ปลูก/เลี้ยงพืช สัตว์ตรงความต้องการโลก นำเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน)) และเมื่อ GDP เริ่มตั้งฐานเติบโตได้เป้าหมาย 5% ต่อปี จะตามด้วยการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนป.ตรี
ส่วนที่ 2 คือ การขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน(ผลักดันรถไฟความเร็วสูง รถไฟเชื่อมระหว่างเมืองหลัก เมืองรอง, สนามบิน ผสาน การเพิ่มพื้นที่นิคมใหม่ๆ ) และการลงทุน (สนับสนุนการลงทุนพื้นที่ใหม่ๆ และอำนวยความสะดวกลงทุนเพิ่มขึ้น เช่น ระบบรัฐบาลดิจิทัล ลดขั้นตอนติดต่อ และเพิ่มสิทธิประโยชน์ผลักดัน S Curve ใหม่ฝั่งดิจิทัลในกลุ่ม SMEs และ Start-up)
ดังนั้นเชิงกลยุทธ์คาดว่า SET ช่วงบ่ายจะตอบรับเชิงบวกต่อพัฒนาการการเมือง โดยยังคงดัชนีเป้าหมายปลายปีนี้ 1,710จุด (แบบบวกลบ) โดยมีหุ้นนำตลาด คือ กลุ่มอิงภายในที่ได้ประโยชน์ความชัดเจนการเมืองและนโยบายพรรคเพื่อไทยที่จะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงสร้างการบริโภคและลงทุนเป็นภาพนำ จึงมองเน้น
-
ธนาคาร SCB (ราคาเป้าหมาย125 บาท), KBANK (ราคาเป้าหมาย 140 บาท)
-
ค้าปลีก CPAXT (ราคาเป้าหมาย 38 บาท) , DOHOME (ราคาเป้าหมาย 8 บาท) , GLOBAL ( ราคาเป้าหมาย 19.5 บาท)
-
สื่อสาร ADVANC (ราคาเป้าหมาย 264 บาท), TRUE (ราคาเป้าหมาย 1 บาท), BE8 (ราคาเป้าหมาย 74 บาท)
กลุ่มรับภาพบวกเร่งลงทุนรัฐบาลใหม่
-
นิคม WHA (ราคาเป้าหมาย 6 บาท), AMATA (ราคาเป้าหมาย 30 บาท)
-
รับเหมา STEC (ราคาเป้าหมาย 13 บาท), พลังงาน PTT (ราคาเป้าหมาย 5 บาท)
-
ไฟฟ้า GULF (ราคาเป้าหมาย 56 บาท)
