“เศรษฐา” กำลังดัน SET พุ่ง 1,600 จุด ใน 1 เดือนข้างหน้า รับนโยบาย “กระตุ้นเศรษฐกิจ” ช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย

เป็นที่ทราบดีกันแล้วว่า นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกคนที่ 30 ของประเทศไทย แต่ในมุมมองของตลาดทุน จะส่งผลในด้านไหนบ้าง ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า พรรคเพื่อไทยยังอยู่ในสถานะที่คุมกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจ คาดว่า SET INDEX ยังมีโอกาสตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และคาดเห็นแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและหุ้นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เพราะรัฐบาลชุดใหม่ยังมีส่วนผสมใกล้เคียงกับชุดเดิม โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีโอกาสดันหุ้นไทยขึ้นทดสอบ 1,580-1,600 จุดในช่วง 1 เดือนข้างหน้า


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังโหวตนายกฯเสร็จสิ้น ขั้นตอนต่อไปคือการจัดตั้งรัฐบาลสถิติเป็นบวก โดยหลังจากโหวตนายกฯคนที่ 30 จากพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว ลำดับถัดไปคือ การจัดตั้งรัฐบาล และการนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนก่อนเข้าบริหารประเทศในช่วงกลาง-ปลายเดือน ก.ย. 2566


โดยถ้าอิงสถิติหลังโหวตนายกฯ เมื่อ 5 มิ.ย. 2562 พบว่า SET INDEX ปรับตัวขึ้นเด่น 5.8% ในช่วง 1 เดือนหลังโหวตนายกฯ ดีกว่า MSCI Asia ex Japan ที่ปรับตัวขึ้น 4.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มที่ขึ้นดีส่วนใหญ่เป็น Domestic play เช่น พลังงาน +7.4%, ค้าปลีก +6.9%, สื่อสาร +9.4%, ไฟแนนซ์+6.6%, และขนส่ง +9.4% จากความคาดหวังในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของรัฐบาลชุดใหม่


ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4.8 หมื่นล้านบาท ในช่วง 1 เดือนหลังโหวตนายกฯ และซื้ออีก 1.8 หมื่นล้านบาทในเดือน ก.ค. 2562 รวม 2 เดือนซื้อสุทธิ 6.6 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินบาทแข็งค่าขึ้นทันที 2.4%ในช่วง 1 เดือนหลังโหวตนายกฯ


ถ้าอิงจากข้อมูลในอดีต ถือว่า การโหวตนายกฯวานนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่หนุนให้ SET INDEX กลับมา Outperform ภูมิภาคในช่วงที่เหลือของปี หลังจากที่ปรับตัวลง 7% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน เทียบกับ MSCI Asia ex Japan ที่ลดลง 2%เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกัน


ดังนั้นคาด SET INDEX ฟื้นต่อเนื่อง จากความคาดหวังในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจากคาดการณ์การจัดสรรกระทรวงของพรรคร่วมรัฐบาลเบื้องต้น พรรคเพื่อไทยยังอยู่ในสถานะที่คุมกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ได้แก่ Digital wallet 10,000 บาท, ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาทภายในปี 2570 และเงินเดือนปริญญาตรีขั้นต่ำ 25,000 บาท, เพิ่มราคาสินค้าเกษตร, และกัญชาทางการแพทย์


ทั้งนี้คาดว่า SET INDEX ยังมีโอกาสตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว โดยมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,580-1,600 จุดในช่วง 1 เดือนข้างหน้า ด้วยเหตุผลสนับสนุนเพิ่มเติม คือ 1.ปรับขึ้นตามสถิติที่ SET INDEX จะกลับมา Outperform ภูมิภาคหลังโหวตนายกฯ


2.ความเชื่อมั่นในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะหนุนให้หุ้นในกลุ่ม Domestic play เช่น ธนาคารพาณิชย์ ไฟแนนซ์ค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค ตอบรับเชิงบวกล่วงหน้า


3.คาดเห็นแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและหุ้นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่ปรับตัวลงแรงนับตั้งแต่เลือกตั้ง 14 พ.ค. จากความกังวลในการรื้อสัมปทานที่ลดลง เพราะรัฐบาลชุดใหม่ยังมีส่วนผสมใกล้เคียงกับชุดเดิม


4.นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ หลังจากที่ขายสุทธิกว่า 6 หมื่นล้านบาทนับตั้งแต่ทราบผลเลือกตั้ง โดยจากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ พบว่าทุก 1 หมื่นล้านบาทที่กลับมาซื้อสุทธิ จะเป็นบวกต่อ SET INDEX ราว 10 จุด ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายพรรคเพื่อไทย และการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ คือ ธนาคารพาณิชย์, ไฟแนนซ์, ค้าปลีก, โรงไฟฟ้า, อาหารเครื่องดื่ม, สินค้าไอที,และสื่อสาร +Digital Transformationมี Market Cap. รวมกันราว 65% ของทั้งตลาด


นอกจากนี้จากความคืบหน้าด้านปัจจัยการเมือง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทาให้ SET INDEX เคลื่อนไหว Underperform ภูมิภาคอย่างมาก เมื่อมีความชัดเจนในตำแหน่งนายกฯและการจัดตั้งรัฐบาล นอกจากจะช่วยหนุนให้ SET INDEX ลดภาวะ Underperform แล้ว คาดว่าจะกระตุ้นแรงซื้อคืนในหุ้นขนาดใหญ่ที่ยังปรับตัวลงลึกนับตั้งแต่ทราบผลเลือกตั้งด้วย


สำหรับหุ้นที่เข้าธีม Short Covering และแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 66 ยังโตดีคือ KBANK, SCB, TIDLOR, SAWAD, CPALL, CPAXT, OSP, TRUE, GPSC,GULF,GUNKUL รวมถึงหุ้นในกลุ่มสื่อสารขนาดเล็กที่จะได้แรงหนุนจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น BE8, SYMC, I2, SECURE เป็นต้น


ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินหลังจากนี้ติดตาม 1.หน้าตา ครม. ใหม่ และทีมเศรษฐกิจว่าจะสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุนมาก/น้อยเพียงใด และ 2. การขับเคลื่อนนโยบายหลักๆที่นำโดยพรรคเพื่อไทย มองหนุนกลุ่มค้าปลีกอิงกำลังซื้อต่างจังหวัด KCS มองโครงสร้างนโยบายที่มี 2-3 องค์ประกอบหลัก คือ


ส่วนที่ 1 คือ เศรษฐกิจฐานราก+ดิจิทัล (Digital Wallet กระตุ้นบริโภคระยะสั้น, เพิ่มรายได้ต่อครัวเรือน หนุนระยะกลาง-ยาว ผ่านกลไกเพิ่มทักษะ (Platform สร้างอาชีพ+ 1 คนที่มีศักยภาพใน 1 ครอบครัว 1 Soft Power +จัดโครงสร้างธุรกิจเกษตร (ปลูก/เลี้ยงพืช สัตว์ตรงความต้องการโลก นำเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน)) และเมื่อ GDP เริ่มตั้งฐานเติบโตได้เป้าหมาย 5+/-% ต่อปี จะตามด้วยการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ+เงินเดือนป.ตรี


ส่วนที่ 2 คือ การขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน(ผลักดันรถไฟความเร็วสูง รถไฟเชื่อมระหว่างเมืองหลัก เมืองรอง, สนามบิน) และการลงทุน (เพิ่มพื้นที่นิคมใหม่ๆ อำนวยความสะดวกลงทุนเพิ่มขึ้น เช่น ระบบรัฐบาลดิจิทัล ลดขั้นตอนติดต่อ และเพิ่มสิทธิประโยชน์ผลักดัน S Curve ใหม่ฝั่งดิจิทัลในกลุ่ม SMEs และ Start-up)


ส่วนที่ 3 คือ นโยบายต่างๆที่เสริมเข้ามาในภายหลัง อาทิ นโยบายเด่นๆ ในอดีตของพรรคเพื่อไทยที่อาจจะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง อาทิ นโยบายด้านเกษตร (พยุงราคายาง) นโยบายที่จะหนุนการลงทุนตลาดทุน อาทิ กองทุนหุ้นระยะยาว และนโยบายการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน รวมถึงนโยบายเด่นๆในอดีต เช่น รถยนต์คันแรก (คาดจะมีนโยบายคล้ายกันในส่วนการขับเคลื่อนผ่านรถยนต์ EV) บ้านหลังแรก ซึ่งส่วนดังกล่าวยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในปัจจุบัน แต่ควรติดตามใกล้ชิด เนื่องจากมีโอกาสจะส่วนช่วยเปิด Upside ด้านอื่นๆ


ดังนั้นกลยุทธ์: ให้เน้นลงทุนหุ้นอิงนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย CPAXT, DOHOME, GLOBAL, ADVANC, BE8, SCB, KBANK, WHA, STEC, PTT, AMATA, GULF

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us