PRAPAT มั่นใจปีนี้รายได้เข้าเป้า 15% ลุยเวียดนามเต็มสูบ ทุ่มงบ 10 ล้าน เปิด บ.ย่อย หวังปี 69 ยอดขายแตะ 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ
PRAPAT มั่นใจรายได้ปี 66 โตตามเป้า 10-15% รับครึ่งปีหลังเข้าไฮซีซั่น พร้อมทุ่มงบ 10 ล้านบาท ตั้งบริษัทย่อยที่เกาะฟูโกว๊ก เวียดนาม คาดแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ตั้งเป้าปี 2569 ขยายฐานลูกค้าถึง 500 ราย ดันยอดขายแตะ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เผยอยู่ระหว่างศึกษาขยายธุรกิจในศรีลังกา-บังกลาเทศ หวัง 3-5 ปีข้างหน้าดันสัดส่วนยอดขายต่างประเทศแตะ 15-20%
นายสืบพงศ์ เกตุนุติ ประธาน บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT เปิดเผยว่า แนวโน้มครึ่งปีหลังจะเติบโตดีต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก เนื่องจากไตรมาส 3/66 เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ทำให้คาดว่าปริมาณการจำหน่ายอุปกรณ์ เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจะเพิ่มขึ้น ช่วยสนับสนุนให้รายได้ปี 2566 เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 10-15%
ส่วนการขยายธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อดำเนินธุรกิจที่เกาะฟูโกว๊ก ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นบริษัทย่อยแห่งแรกที่ PRAPAT ถือหุ้น 100% โดยใช้งบลงทุน 10 ล้านบาท หรือประมาณ 3 แสนดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้บริการและจำหน่ายอุปกรณ์ เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับงานบริการ ภายใต้ชื่อ Phu Quoc Hotel Supplies โดยเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม 4-5 ดาว ตลอดจนเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ และร้านอาหารในพื้นที่เพิ่มเติม
โดยบริษัทคาดว่าการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท Phu Quoc Hotel Supplies จะแล้วเสร็จและสามารถเปิดดำเนินการโชว์รูม รวมถึงคลังสินค้าได้ภายในสิ้นปี 2566 นอกจากนี้บริษัทจะดำเนินการโอนย้ายลูกค้าจำนวน 30 รายจากตัวแทนจำหน่ายที่โฮจิมินห์มาอยู่ภายใต้การบริหาร ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างยอดขายในปีนี้ราว 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในปี 2567-2569 จะมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 100 ราย 200 ราย และ 300 ราย ตามลำดับ ซึ่งจะช่วยสร้างยอดขายได้ประมาณ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
“เราจะใช้กลยุทธ์สร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มลูกค้า เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นรู้จักและได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว อีกทั้งภาวะตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับอุตสาหกรรมในเวียดนามกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว คาดว่าสิ้นปีนี้จะกลับมาขยายตัวระดับราว 80% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด Covid-19 และกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปีหน้า ดังนั้นจึงเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าไปลงทุนเพื่อรับการฟื้นตัว”
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศอยู่ที่ราว 8-9% โดยตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปี สัดส่วนยอดขายจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15-20% ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการขยายธุรกิจไปยังประเทศศรีลังกาและบังกลาเทศ โดยอาจเป็นลักษณะของการตั้งโรงงานหรือจดทะเบียนบริษัทย่อย ซึ่งต้องประเมินความเหมาะสมอีกครั้ง
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่าการจัดตั้งแผนกการดำเนินงานระยะยาว 5 ปี (66-70) เพื่อขยายการเติบโตในทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจเดิม ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา หากมีความชัดเจนบริษัทจะแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง
