JPC หรือ “ยัสปาล” หนึ่งในผู้นำธุรกิจสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ลุยขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง
บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หรือ JPC หนึ่งในผู้นำธุรกิจสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ของภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ผ่านทุกช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เตรียมขยายสาขาในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพเติบโตสูง ในปี 66 – 67 ต่อเนื่อง
นายจรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หรือ JPC เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ของภูมิภาคอาเซียน จากการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิต จัดหาและจัดจำหน่ายเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์อื่น ๆ (กลุ่มธุรกิจสินค้าแฟชั่น)
รวมไปถึงเป็นผู้ผลิต จัดหาและจำหน่ายที่นอนและเครื่องนอน ของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ (กลุ่มธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน) ที่ดำเนินงานภายใต้บริษัท ยัสปาล แอนด์ ซันส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ภายใต้แบรนด์สินค้าที่กลุ่มบริษัทเป็นเจ้าของ (In-house Brand)
และแบรนด์ที่บริษัทได้รับสิทธิ์ให้ผลิตและเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ หรือได้รับสัญญาแฟรนไชส์ (Import Brand) รวมกันกว่า 25 แบรนด์ชั้นนำ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มทุกไลฟ์สไตล์ด้วยคุณภาพ และมาตรฐานระดับสากล สร้างการยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ พร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมบุคลากรที่มีความเข้าใจอุตสาหกรรม และเทรนด์การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เพื่อสร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นและบริการ ผ่านกระบวนการคิด ออกแบบและผลิตอย่างพิถีพิถัน
ควบคู่กับการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการครอบคลุมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย สร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่จดจำและให้ทุกคนทั่วโลกเข้าถึงได้ ผลักดันบริษัทฯ ก้าวสู่หนึ่งในผู้นำธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับสากลที่นำความสุขที่ยิ่งใหญ่มาสู่ผู้คนนับล้านทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่นระดับโลก
ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 70 ปี เรามีความเข้าใจในอุตสาหกรรมแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เห็นถึงเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบสร้างสรรค์และจัดหา เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ด้านแฟชั่นของผู้บริโภคที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และผลักดันการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ขณะที่นายวิเศษ สิงห์สัจจเทศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและรองเท้าเฉพาะอย่างของประเทศไทย (อ้างอิงจาก Euromonitor International) ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดในช่วงปี 2563 อยู่ที่ 8.4%, ปี 2564 อยู่ที่ 10% และปี 2565 อยู่ที่ 10.5% ตามลำดับ
โดยสะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจด้วยประสบการณ์ที่มีความเข้าใจในอุตสาหกรรมและมีประสบการณ์การออกแบบและจัดหาผลิตภัณฑ์ โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งกลุ่มธุรกิจสินค้าแฟชั่นและธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน ภายใต้แบรนด์สินค้าที่มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่ม In-house Brand และ Import Brand โดยแต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์และการออกแบบที่แตกต่างกัน ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินค้าในกลุ่มธุรกิจแฟชั่น มีด้วยกัน 19 แบรนด์ แบ่งเป็น In-house Brand จำนวน 10 แบรนด์ เช่น JASPAL (ยัสปาล), CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิ้ลโอ), CPS CHAPS (ซีพีเอส แชปส์), LYN (ลิน), lyn around (ลิน อะราวนด์) เป็นต้น ส่วน Import Brand เช่น FRED PERRY (เฟร็ด เพอร์รี่), DIESEL (ดีเซล), Superdry (ซุปเปอร์ดราย) เป็นต้น
โดยเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม มีความทันสมัยและหลากหลายมากกว่า 113,000 SKUs ครอบคลุมสินค้าตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางและแว่นตา เป็นต้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน ภายใต้ In-house Brand และ Import Brand รวม 6 แบรนด์ มีสินค้ามากกว่า 21,500 SKUs ภายใต้แบรนด์ SANTAS, SANTAS HOME, STEVENS, Sealy, TEMPUR และ ETHAN ALLEN
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายสาขาหน้าร้านและจุดจำหน่ายภายในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และศูนย์ค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ รวม 970 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน สำหรับกลุ่มธุรกิจสินค้าแฟชั่น ยังมีการจำหน่ายเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กลุ่มบริษัทฯ และแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ต่าง ๆ (Marketplace) และ สำหรับกลุ่มธุรกิจที่นอนและเครื่องนอนยังมีการจำหน่ายเพิ่มเติมผ่านการขายงานโครงการและส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
ด้านนายยศเทพ สิงห์สัจจเทศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทมีศักยภาพและความพร้อมในการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศ ด้วยข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันในฐานะผู้นำในธุรกิจสินค้าแฟชั่นในประเทศไทย ที่มีแบรนด์สินค้าชั้นนำที่หลากหลายครอบคลุมไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้รับการยอมรับในระดับสากล จากการทำดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ในตลาดต่างประเทศ
โดย JASPAL ถือเป็นแบรนด์แรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำ Brand Collaboration ร่วมกับดีไซเนอร์ระดับโลกเพื่อสร้างสรรค์คอลเลคชั่นพิเศษ หรือการเลือกใช้ซูเปอร์โมเดลระดับโลกและเซเลบริตี้ นักแสดง นักร้องระดับโลก มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้แก่แบรนด์ในกลุ่มบริษัท เป็นต้น
ทั้งนี้ ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทมีสาขาและจุดจำหน่ายสินค้าภายในศูนย์การค้าชั้นนำในประเทศไทยอยู่ที่ 888 สาขา และอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา อีกราว 88 สาขา รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อตอบสนองความต้องการซื้อสินค้าที่มีความแตกต่างกันของลูกค้า
นอกจากนี้มีแผนขยายตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพเติบโตสูงเพิ่มเติม เพื่อรับโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค เช่น ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ซึ่งในปี 2566 จะเพิ่มสาขาต่างประเทศอีก 34 สาขา และในปี 2567 ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มอีก 44 สาขา
