“โรงพยาบาลราชพฤกษ์” หรือ RPH กำลังจะทำผลงานปี 2566 ได้ดีกว่าเป้าหมาย
สังคมของประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) จึงทำให้พฤติกรรมของประชากรเริ่มหันมาให้ความสำคัญด้านสุขภาพมากขึ้น รวมไปถึงการเสริมความสวยความงาม ซึ่งแน่นอนว่าทำให้กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลและคลีนิคความงามมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยวันนี้ Wealthy Thai จะพาไปอัพเดทธุรกิจโรงพยาบาลขนาดกลางอีกหนึ่งแห่ง ที่เริ่มขยับตัวเองไปยังหมวดความสวยความงามเพิ่มเติมอย่าง บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH ที่ได้มีการประกาศโปรเจกต์เปิดโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงไตรมาส 4/67 เข้ามาเสริมการเติบโตให้แก่บริษัท
แต่ก่อนจะไปถึงปี 2567 เราอยากจะพามาอัพเดทถึงตัวเลขผลการดำเนินงานในปี 2566 ที่ล่าสุดหรือในไตรมาส 2/66 มีรายได้อยู่ที่ 291 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 44 ล้านบาท ตามผู้รับบริการในกลุ่มคนไข้ทั่วไปกลับมาใช้บริการใหม่ ขณะที่งวด 6 เดือนปี 2566 มีรายได้อยู่ที่ 557 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 81 ล้านบาท
ทางด้าน นายแพทย์ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ให้มุมมองธุรกิจไว้ว่า วางเป้าหมายรายได้ในปี 2566 จะเติบโตในระดับ 10-20% และด้วยผลการดำเนินงานในช่วงปีแรกที่ดีกว่าคาด ก็ทำให้ภาพรวมทั้งปีนี้มีโอกาสที่จะเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้หรือสูงกว่า 1.1 – 1.2 พันล้านบาท
พร้อมกันนี้ แผนการลงทุนเพื่อสอดรับกับเทรนด์สุขภาพ ก็ได้อยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาการเปิดศูนย์เวลเนส (Wellness Center) ซึ่งรูปแบบมีทั้งการเปิดภายในโรงพยาบาลและภายนอกโรงพยาบาล (Stand Alone) ที่จะชัดเจนได้ไตรมาส 1/67 รวมไปถึงการพัฒนาโครงการโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งใหม่ แต่ยังต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรถึงจะเห็นความชัดเจน
อีกทั้งการพัฒนาโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามที่มีมาร์จิ้นค่อนข้างสูง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างเร็วในช่วงปลายปี 2567 หรืออย่างช้าในช่วงต้นปี 2568 โดยภายหลังการเปิดให้บริการบริษัทจะมีทำมาร์เก็ตติ้งเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาและคาดว่าจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 1-2 ปี
ทั้งนี้ ด้วยเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และยุทธศาสตร์ของทางรัฐบาลที่ได้ตั้งจังหวัดขอนแก่น อย่างศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ หรือ Medical Hub ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทางบริษัทจึงได้มีแผนจะขยายภาคการบริการให้แก่กลุ่มผู้ป่วยที่มีค่ารักษาที่ไม่สูงควบคู่ไปกับการรองรับการให้บริการกลุ่มประกันสังคม ด้วยการเปิดโรงพยาบาลขนาดกลางในปี 2568

