กลุ่มพลังงานแพนิค กด SET ดิ่งแรง ผวา! “เศรษฐา” ลดราคาน้ำมัน-ไฟฟ้า โบรกฯ ชี้ถ้ารับความเสี่ยงได้น้อยแนะ “เลี่ยง”
ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นวันนี้ (31 ส.ค. 66) ที่ปรับตัวลดลงแรง มาจากความกังวลนโยบายด้านพลังงาน ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินระยะสั้นเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดผลกระทบชัดเจนหลังประชุมครม. นัดแรก นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก อาจชะลอการลงทุนไปก่อน ส่วนนักลงทุนระยะยาว อาจใช้โอกาสที่ราคาหุ้นปรับลงในการทยอยสะสมได้
โดยนายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงวันนี้หลักๆ มาจากความกังวลนโยบายด้านพลังงานของพรรคเพื่อไทย ซึ่งประกอบด้วยการลดราคาพลังงานทั้งค่าไฟฟ้า ราคาแก๊สหุงต้ม และราคาน้ำมัน ประกอบกับล่าสุดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประกาศว่า การประชุม ครม. ครั้งแรกจะพิจารณาการลดค่าไฟและน้ำมันดีเซลทันที นับเป็นเซนติเมนต์ที่กระทบต่อกลุ่มพลังงาน ทำให้เกิดแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงออกมา
ทั้งนี้ประเมินช่วงสั้นจะเป็นเซนติเมนต์เชิงลบต่อกลุ่มพลังงาน แต่ระยะยาวมองกระทบจำกัด เนื่องจากราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับภูมิภาค อีกทั้งการปรับลดค่า Ft เคยถูกพูดถึงในรัฐบาลสมัยก่อนเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า จึงมองว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงานต้องใช้ระยะเวลา อาจไม่เกิดขึ้นรวดเร็วนัก
ทั้งนี้ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดการนำนโยบายไปปรับใช้ออกมา จึงมองว่าราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจซึมๆ และคาดยังไม่เห็นการรีบาวน์อย่างรวดเร็ว ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก อาจชะลอการลงทุนไปก่อน ส่วนนักลงทุนระยะยาว อาจใช้โอกาสที่ราคาหุ้นปรับลงในการทยอยสะสมได้
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า จากข่าวนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประกาศว่า การประชุม ครม. ครั้งแรกจะพิจารณาการลดค่าไฟและน้ำมันดีเซลทันทีนั้น สะท้อนว่าความเสี่ยงเชิงนโยบายกลับมามีน้ำหนักต่อกลุ่มพลังงานอีกครั้ง หุ้นกลุ่มที่อาจมีความเสี่ยงเรียงจากไปน้อย ได้แก่ 1. โรงไฟฟ้า GPSC, BGRIM 2. สถานีบริการน้ำมัน PTG, OR, BCP 3. PTT และ 4. โรงกลั่น TOP, SPRC
อย่างไรก็ตามผลกระทบขึ้นอยู่ว่าภาครัฐจะดำเนินการด้วยแนวทางไหน หากเป็นการสนับสนุนจากภาครัฐจะไม่กระทบภาคธุรกิจ ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองข่าวดังกล่าวเป็น Sentiment ลบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระบวนการและผลกระทบที่ชัดเจนจะเกิดขึ้นภายหลังการประชุมครม.นัดแรก ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงวันที่ 12 และ 19 ก.ย. นี้
ขณะที่ราคาพลังงานเมื่อคืนนี้ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นโดยราคาน้ำมันดิบ +0.5% และราคาก๊าซธรรมชาติ +5% จาก 1. ข้อมูลสต็อกน้ำมันของ EIA โทนเป็นบวก (น้ำมันดิบ -10.6mnbbl มากกว่าที่ตลาดคาด) 2. ข่าวการปฏิวัติในประเทศกาบอง อาจกระทบการผลิตของประเทศ 1.5-2.0 แสนบาร์เรลต่อวัน (ราว 0.2% ของอุปทานโลก) 3. ดอลลาร์อ่อนค่า
หุ้นพลังงานที่สามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ PTTEP BANPU เพราะได้ประโยชน์ทางตรงราคาพลังงาน, ความเสี่ยงจากนโยบายพลังงานในประเทศจำกัด, BANPU มีเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกที่ 0.25 บาท คิดเป็น Yield 2.9% (ดีกว่าที่ประเมินไว้ที่ 0.20 บาท) ขึ้น XD วันที่ 12 ก.ย. 66 ช่วยจำกัด Downside ของราคาหุ้น
