เปิดรายชื่อหุ้นเตรียมรับอานิสงส์ “เศรษฐา” เคาะ “ฟรีวีซ่าจีน” 1 ต.ค.นี้ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวคึกคักต่อเนื่อง
จากกรณีรัฐบาลชุดใหม่เตรียมผลักดันมาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ซึ่งคาดเกิดขึ้นภายในวันที่ 1 ต.ค. นักวิเคราะห์มองว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยช่วงดังกล่าว ถือเป็น High Season ของจีนและมีวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนอีกด้วย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า หลังการจัดตั้งครม. มีความชัดเจน ลำดับถัดไปติดตามการเสนอและออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ โดยนายก เศรษฐา กล่าวว่ามาตรการฟรีวีซ่าชั่วคราวสำหรับนักท่องเที่ยวจีน จะผลักดันให้เกิดขึ้นภายในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วง High Season ของจีนและมีวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีน
โดยจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เช่น MINT, MBK, ERW, CENTEL, AOT รวมไปถึงกลุ่มโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น BDMS, EKH และ SPA
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินมาตรการดังกล่าวจะช่วยจูงใจการเดินทางของกลุ่มทัวร์ (ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเป็นการขอ VISA on arrival ราว 80% และ 20% เป็น e-VISA) ในช่วง High season มากขึ้น พร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วง Golden week ของจีน
ทั้งนี้เป็นบวกต่อ ผู้ให้บริการสนามบิน อย่าง AOT ทั้งในเชิงปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศ และรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (ไตรมาส 3/66 เม.ย. – มิ.ย. ที่ 4.2 พันล้านบาท, ลดลง 3% จาก Pre-COVID) ทั้งในส่วนของ Duty free ที่สุวรรณภูมิ (50-55% ของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์) และการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์
ส่วนกลุ่มโรงแรม การเข้ามาของปริมาณนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้น คาดเป็นแรงขับเคลื่อนให้ค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ยืนในระดับสูงต่อเนื่อง หลังช่วงไตรมาส 2/66 ADR ของโรงแรมไทย ทั้ง CENTEL, ERW และ MINT เกินระดับไตรมาส 2/62 จากแนวโน้มการแข่งขันด้านห้องพักที่ลดลง โดยเรียงตามสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในไทยดังนี้ ERW, CENTEL, MINT
ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีทิศทางสูงขึ้นช่วงไตรมาส 4 (High Season ของท่องเที่ยวไทยและร้านอาหาร) คาดการณ์ผลักดันปริมาณ Traffic ในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น เอื้อต่อ CPN และทางอ้อมต่อผู้ประกอบร้านอาหารที่มีสาขากระจายตัวในศูนย์การค้า อย่าง AU, M, CENTEL และ MINT
นอกจากปัจจัยกระตุ้นภาคท่องเที่ยวระยะสั้นตามข้างต้น ในระยะยาวมีโอกาสในการเติบโตจากกลุ่ม medical tourism มากขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง อย่าง Saudi Arabia หลังไทยมีการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนจากนักท่องเที่ยว Saudi Arabia ช่วง 7 เดือนปี 66 อยู่ที่ 9.7 หมื่นคน เทียบ 1.8 หมื่นคนในปี 2562
โดยฝ่ายวิจัยมองดีต่อ ERW ที่มีโรงแรม JW Marriot สุขุมวิท (ซอย 4) บน Location ที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่เน้นฐานลูกค้าต่างชาติที่จดทะเบียนใน SET แห่งหนึ่ง
สำหรับคำแนะนำ เน้นหุ้นที่มีโครงสร้างรายได้ในไทยเป็นหลัก นอกจาก Sentiment ตามธีมกระตุ้นภาคท่องเที่ยว ในเชิงพื้นฐาน แนวโน้มกำไรปกติมีโมเมนตัมเทียบไตรมาสก่อนหน้า ตั้งแต่ไตรมาส 3/66 ถึงไตรมาส 1/67 หลังผ่าน Low Season ของท่องเที่ยวไทย เลือก AOT (ราคาเป้าหมาย 85 บาท), ERW (ราคาเป้าหมาย 6 บาท)
MINT (ราคาเป้าหมาย 38 บาท) แม้สัดส่วนรายได้ในไทยต่ำกว่ากลุ่มฯ แต่ชอบในการกระจายตัวของธุรกิจในหลายประเทศ รวมทั้ง CENTEL (ราคาเป้าหมาย 54 บาท) จากโรงแรมในมัลดีฟส์ (18% ของรายได้โรงแรมครึ่งปีแรกปี 66) ยังฟื้นตัวช้า
