GFC ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ของการเติบเต็มคำว่า “ครอบครัว” กำลังเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
รู้หรือไม่ว่าภายในเร็วๆนี้ตลาดหุ้นไทยกำลังมีผู้ให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยากแบบครบวงจร เหมาะสม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นั่นก็คือ บริษัท เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC
แล้วนักลงทุนรู้หรือไม่ว่า GFC เนี่ยแหละที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จการเติมเต็มของคำว่าครอบครัวให้กับเหล่าคู่รักดาราในวงการบันเทิงของไทยมาแล้วหลายคู่
โดย “เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์”หรือ GFC จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน และโอกาสในการสร้างการของ GFC จะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
อีกหนึ่งธุรกิจที่เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ช่วยเติมเต็มสำหรับคำว่าครอบครัวให้ครบสมบูรณ์แบบ ก็คงจะหนีไม่พ้นธุรกิจให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยาก
ในปัจจุบันนี้ธุรกิจรักษาภาวะมีบุตรของโลกมีมูลค่าทางการตลาดกว่า 7แสนล้านบาท และในอนาคตอันใกล้นี้ดูเหมือนว่ากำลังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก ซึ่งแน่นอนว่า GFC จะต้องมีส่วนร่วมไปพร้อมกับการเติบโตดังกล่าวด้วยเช่นกัน
“เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์”หรือ GFC เป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยากแบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำแนะนำและคำปรึกษา ตลอดจนการเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม โดยทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
โดย GFC ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นจำนวน 10ล้านบาท เพื่อให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยากแบบครบวงจร ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยรศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชและเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ที่มีประสบการณ์ด้านการให้บริการทางการแพทย์ สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยากมากกว่า 20 ปี
อีกทั้งยังมีนพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ สูตินรีแพทย์ ร่วมกับแพทย์และผู้ชำนาญการชั้นนำด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ประกอบด้วย พญ.ปรวัน ตั้งธรรม แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการเจริญพันธุ์ รวมทั้งนางสาวปิยะดา วิรัตน์พงษ์ นักเทคนิคการแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการเจริญพันธุ์
รวมถึงนางสาวภาสิรี อรวัฒนศรีกุล นักธุรกิจผู้มีประสบการณ์เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยได้ร่วมกันก่อตั้งคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ภายใต้ชื่อ “Genesis Fertility Center” ในย่านพระราม 3
ทั้งนี้ ปัจจุบัน “เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์”หรือ GFC มีบริษัทย่อยภายใต้การดู จำนวน 2บริษัทได้แก่ 1.บริษัท จีโนโซมิกส์ จำกัด (“GSM”) ดำเนินธุรกิจการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (Next generation sequencing: NGS)
2.บริษัท จีเอฟซี เฟอร์ทิลีตี กรุ๊ป จำกัด (“GFCFG”) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งจัดตั้งขึ้นสำหรับการลงทุนในกิจการอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ
สำหรับลักษณะในการประกอบธุรกิจของ “เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์”หรือ GFC ที่พอจะอธิบายให้นักลงทุนเห็นภาพได้นั้นสามารถแบ่งเป็น 5กลุ่มหลักๆก็คือ 1) การให้บริการตรวจเบื้องต้นก่อนให้คำแนะนำหรือรักษา2) การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี IUI (Intrauterine insemination)3) การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection)4) การให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (Next generation sequencing: NGS) และ 5) การให้บริการแช่แข็งไข่และการฝากไข่
ส่วนกลุ่มลูกค้าของGFC มีตั้งแต่ กลุ่มลูกค้าผู้ที่วางแผนการมีบุตรในอนาคต กลุ่มลูกค้าคู่สมรสคนไทยที่สนใจอยากมีบุตร กลุ่มลูกค้าคู่สมรสคนไทยกับชาวต่างชาติที่สนใจอยากมีบุตร และ กลุ่มลูกค้าคู่สมรสชาวต่างชาติที่สนใจอยากมีบุตร
ทั้งนี้หากลองไปดูผลประกอบการของ “เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์”หรือ GFC ตลอดระยะเวลาในช่วงปี 63 ถึงปี 65จะพบว่ามีรายได้จากการให้บริการที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งในปี 63 ทาง GFC มีรายได้214.42 ล้านบาท และในปี 64มีรายได้ จำนวน242.12 ล้านบาท ขณะที่ในปี 65มีรายได้อยู่ที่ 275.91 ล้านบาท ซึ่งมีรายได้มาจากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี ICSI เป็นรายได้หลัก
ส่วนแผนการเข้าระดมทุนของ GFC มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคการบริการโดยมีจำนวนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ 60 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO
โดยวัตถุประสงค์การใช้เงินระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและใช้ในการลงทุนขยายคลินิก GFC สาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9 จำนวน 7 ชั้น (รวมชั้นใต้ดิน) พื้นที่ใช้สอยกว่า 7,900 ตารางเมตร
ในโครงการจะประกอบไปด้วยคลินิกรักษาสำหรับลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ, ห้องวิจัยและห้องปฏิบัติการสำหรับตัวอ่อน ห้องผ่าตัด ห้องพักพื้น, การให้บริการตรวจ NGS ของ GSM, ห้องฝากตัวอ่อน/ไข่ (Oocyte/Embryo Bank), ศูนย์ฝึกอบรมนักเทคนิคการแพทย์ภายในของกลุ่มบริษัท และสำนักงาน ห้องประชุม และห้องสัมมนาสำหรับจัดประชุมวิชาการเกี่ยวกับการแพทย์สำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยาก ซึ่งจะเปิดให้บริการในเฟส1 ได้ในไตรมาส 4/66
พร้อมกันนี้ จะนำไปลงทุนในการขยายสาขาอุบลราชธานี ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ซึ่งจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 1/67
โดยคุณกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เล่าให้ Wealthy Thai ฟังว่า “ตลาดของผู้มีบุตรยากทั่วโลกในปี 2562 มีมูลค่าอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 3%ต่อปี และคาดว่าในปี 2570 จะมูลค่าถึง 9 แสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าดังกล่าวมีสัดส่วนของตลาดฝั่งเอเชียถึง 49% จึงเป็นตัวสะท้อนถึงความต้องการหรือความนิยมของตลาดที่ค่อนข้างสูง”
โดยการลงทุนขยายคลินิก GFC สาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9 และคลินิกสาขาอุบลราชธานี จะช่วยสร้างNew S-Curve ใหม่ให้กับบริษัทในอนาคต ด้วยการรองรับลูกค้าต่างชาติที่มีความสนใจหรือความต้องการคำปรึกษาในการบุตร และการขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมในพื้นที่ที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

