อัปเดตครึ่งปีหลัง “ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์” ธุรกิจขายตรงหนึ่งเดียวในตลาดหุ้นไทย
ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ธุรกิจขายตรงหนึ่งเดียวที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดยปัจจุบัน SCM มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 6 กลุ่ม คือ 1. ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรแบรนด์ Growing More 2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ Nutrinal 3. ผลิตภัณฑ์ใช้ในชีวิตประจำวันแบรนด์ Body Cheer 4. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าแบรนด์ S Mone’ 5. ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทันสมัยแบรนด์ Smart Creation และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับใช้ในครัวเรือน แบรนด์ Neatly Home
แม้ในช่วงครึ่งปีแรก SCM จะมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 479.9 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก รวมถึงภาวะการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สูงขึ้น
ประกอบกับยอดขายผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ลดลง จากภาวะราคาปุ๋ยทั้งในตลาดโลกและในไทยที่ปรับตัวลดลงประมาณ 30-40% ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีราคาอยู่ในระดับที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกันในท้องตลาด
แต่เมื่อพิจารณายอดขายรายกลุ่มผลิตภัณฑ์ในช่วงไตรมาส 2/66 เทียบกับไตรมาส 1/66 จะพบว่า ผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มมียอดขายปรับตัวสูงขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพิ่มขึ้น 4.7% ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร เพิ่มขึ้น 15.6% และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพิ่มขึ้น 11.8%
ขณะที่กำไรสุทธิช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 45.5 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8.9% ต่ำกว่าอัตรากำไรสุทธิในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 15.9% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริการปรับตัวสูงขึ้น
ในส่วนของครึ่งปีหลัง SCM ยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการขยายฐานลูกค้าใน 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการบุกธุรกิจใหม่อย่าง “โดรนเพื่อการเกษตร” ที่จะเป็น New S - Curve ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในอนาคต
โดยนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลัง SCM มีแผนบุกตลาดเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อสร้างยอดขายสินค้าในกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อเนื่อง ด้วยการใช้กลยุทธ์คาราวานแบบออฟไลน์ผสานกับดิจิทัลแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่ๆ โดยทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกและผู้บริโภคเดิม รวมถึงทำการวิจัยตลาดเพื่อหาโอกาสสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพการใช้งานและดีไซน์ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า รวมถึงมีราคาในระดับที่แข่งขันกับสินค้าใกล้เคียงในท้องตลาดได้
อีกทั้งยังคงเดินหน้าขยายฐานสมาชิกด้วยกลยุทธ์ที่วางไว้เป็นสมการ XYZ โดย X คือ การเพิ่มฐาน Member ให้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Y คือ คุณภาพของสมาชิกต้อง Active หรือมีความต้องการในการซื้อสินค้า ส่วน Z คือ ยอด Order Size ที่สมาชิกแต่ละคนซื้อต่อครั้ง จะต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น
ทั้งนี้ปัจจุบันซัคเซสมอร์มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 180,000 คน แบ่งเป็นสมาชิกในประเทศไทย 130,000 คน และสมาชิกในต่างประเทศอีกราว 50,000 คน โดยวางเป้าขยายฐานสมาชิกในไทยให้แตะระดับ 140,000 ราย ซึ่งหากรวมสมาชิกที่อยู่ในต่างประเทศที่ตั้งเป้าว่าจะขยายไปสู่ 60,000 ราย จะทำให้ฐานสมาชิกรวมในปีนี้ขยายไปแตะระดับ 200,000 ราย ช่วยสนับสนุนให้รายได้ปี 2566 เติบโตตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 10% และมีอัตรากำไรสุทธิสูงกว่า 15%
นอกจากนี้ SCM ยังวางเป้าหมายระยะยาว ในปี 2568 จะมีจำนวนสมาชิกแตะระดับ 350,000 ราย คิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 25% อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว บริษัทเล็งเห็นความสำคัญในการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจใหม่นอกเหนือจากธุรกิจเครือข่ายที่มีความแข็งแรงอยู่แล้ว โดยเป็นการต่อยอด New S-Curve ไปยังธุรกิจโดรนเพื่อการเกษตร
โดยวันที่ 7 ส.ค. 66 ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ SCM เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 25% ในบริษัท พาวเวอร์ อโกรเทค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำธุรกิจครบวงจรเกี่ยวกับโดรนเพื่อการเกษตร โดยเป็นทั้งตัวแทนจำหน่ายโดรน, รับบริการฉีดพ่นด้วยโดรน, รับฝึกอบรมการใช้โดรน, รวมไปถึงการเป็นตัวแทนประกันภัยโดรน และมีโครงการที่จะจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมโดรนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย
สำหรับการลงทุนในบริษัท พาวเวอร์ อโกรเทค (ประเทศไทย) จำกัด ครั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจและทำให้ SCM มีโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ในกลุ่มสินค้าเพื่อการเกษตรมากขึ้น

