สุดคุ้ม! โปรเด็ด 9.9 คัด 9 หุ้นอัพไซด์สูง-ปันผลเด่น
ในช่วงที่ผ่านมาหรือหลังจากผ่านพ้นช่วงการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/66 ก็มีราคาหุ้นของหลายบริษัทที่ได้ปรับตัวลดลงมาอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้ราคาหุ้นเข้ามาอยู่ในโซนที่น่าสนใจ ด้วยภายใต้เกณฑ์ที่มีอัพไซด์ของราคาที่สูงและยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูง
โดยในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เกี่ยวกับหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์ข้างต้น ซึ่งเราทางได้คัดหุ้นออกมาทั้งหมด 9 ตัว ที่มีอัพไซด์สูงและมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 5% เพื่อมานำเสนอให้แก่นักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจการลงทุนในหุ้น
สำหรับตัวแรกที่มีอัพไซด์สูงที่สุดในกลุ่มก็คือ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ที่มีอัพไซด์อยู่ที่ 84.21% บนสมมุติฐานของราคาเป้าหมายที่ 21 บาทและจากราคาปิดที่ 11.40 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) ส่วนคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 5.70%
รองลงมาเป็น บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK ที่มีอัพไซด์ของราคาหุ้นอยู่ที่ 62.60% ภายใต้การคำนวณบนสมมุติฐานของราคาเป้าหมายที่ 40 บาทและราคาปิดที่ 24.60 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) ขณะที่คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 6.11%
ต่อมาเป็น บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ที่ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ที่โดดเด่นหรืออยู่ที่ 52.28% โดยคำนวณบนสมมุติฐานราคาเป้าหมายที่ 6 บาท และ ราคาปิดที่ 3.94 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) ด้านคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 5.06%
ถัดมากันที่บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ซึ่งราคาหุ้นมีอัพไซด์อยู่ที่ระดับ 43.66% ด้วยภายใต้การคำนวณบนสมมุติฐานราคาเป้าหมายที่ 13 บาท และราคาปิดที่ 9.05 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) สำหรับตัวเลขคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 8.26%
ต่อมาเป็น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ซึ่งหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ยังมีอัพไซด์อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงหรือกว่า 33.81% บนการคำนวณจากสมมุติฐานของราคาเป้าหมายที่ 19 บาท และราคาปิดที่ 14.20 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) ส่วนตัวเลขคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 5.63%
สำหรับ 4 หุ้น ต่อจากนี้จะเป็นหุ้นที่มีอัพไซด์อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันแต่มีผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูง เริ่มที่บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีอัพไซด์ราคาหุ้นอยู่ที่ 25.27% บนสมมุติฐานของราคาเป้าหมายที่ 13.15 บาท และราคาปิดที่ 10.50 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 7.35%
รองลงมาเป็น บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ที่มีอัพไซด์ของราคาหุ้นอยู่ที่ 23.84% ภายใต้สมมุติฐานการคำนวณจากราคาเป้าหมายที่ 26.50 บาท และจากราคาปิดที่ 21.40 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) พร้อมกับคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 6.54%
ต่อมาเป็น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH โดยมีอัพไซด์ของราคาหุ้นอยู่ที่ 20.97% จากสมมุติฐานของราคาเป้าหมายที่ 88 บาท และราคาปิดที่ 72.75 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) ส่วนคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 5.88%
และสุดท้าย บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ซึ่งจะมีอัพไซด์ของราคาหุ้นอยู่ที่ 20.91% ด้วยสมมุติฐานจากราคาเป้าหมายที่ 10.10 บาท และราคาปิดที่ 8.35 บาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2566) สำหรับคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 6%

