TAN หรือ “ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น” กำลังเตรียมความพร้อมเข้าตลาดหุ้น เพื่อก้าวเป็นผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค
รู้หรือไม่ว่า! ตลาดหุ้นของไทยกำลังจะมีบริษัทที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาจดทะเบียน ให้นักลงทุนอย่างเราได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ ก็คือ บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN
โดย “ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น” เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก อย่างแบรนด์แพนดอร่า (Pandora) ซึ่งเป็นเครื่องประดับเงินชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก ประกอบกับสินค้าแบรนด์มารีเมกโกะ (Marimekko) โดยเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้านลายพิมพ์และสีสันจากประเทศฟินแลนด์
อีกทั้งยังมีแบรนด์แคท คิดสตัน (Cath Kidston) ซึ่งเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์กลิ่นอายโมเดิร์นวินเทจจากประเทศอังกฤษ รวมถึงการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Cath Kidston ในประเทศเวียดนามอีกด้วย
นอกจากนี้ TAN ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ในกลุ่มหาญ (HARNN) ซึ่งประกอบด้วย แบรนด์หาญ (HARNN) ที่มีสินค้าบอดี้แคร์ สกินแคร์ สปา และอโรมาเทอราพี และแบรนด์วุฒิ (Vuudh) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสไตล์ไทยร่วมสมัย
รวมถึงยังได้ขยายไปยังธุรกิจสปาภายใต้ หาญ เวลเนส แอนด์ ฮอสพิทาลิตี้ (HARNN Wellness & Hospitality) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งเน้นธุรกิจแฟรนไชส์สปาในประเทศไทยและต่างประเทศ
โดยปัจจุบันประกอบด้วย 4 แบรนด์ย่อย ได้แก่ “หาญ เฮอริเทจ สปา” (HARNN Heritage Spa) “บาย หาญ” (by HARNN) “เดอะสปา บาย หาญ” (The Spa by HARNN) และ “เอสเคป บาย หาญ” (SCape by HARNN) ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างลงตัว และแบ่งไปตามกลุ่มเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ TAN มีช่องทางการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก ทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย ที่เรียกว่า “กลุ่ม Y-W-N (Youth-Women-Netizens) ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผู้หญิงวัยรุ่น และวัยทำงานที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ เช่น โรงแรม ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ด้วยการผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ หน้าร้านสาขาคอนเซปต์สโตร์ (Concept Store) และช้อปอินช้อป (Shop in Shop) โดยสิ้นปีที่ผ่านมา TAN มีสาขารวม 129 สาขา แบ่งเป็น ในประเทศ 114 สาขา และต่างประเทศ 15 สาขา
รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม Marketplace ทั้งในและต่างประเทศ กับโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เสมือนการซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านสาขา
รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การขายผ่านตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ การจำหน่ายให้แก่ลูกค้าองค์กร (B2B) และงานอีเวนต์ต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว สำหรับจำหน่ายสินค้าลดราคา (Further Marked Down Stocks) และจำหน่ายบัตรกำนัลสำหรับสปา (Spa Voucher) เพื่อเป็นการเร่งการผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้หากมองในมุมของผลประกอบการในช่วงปี 2564 และ 2565 ที่ผ่านมา TAN มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 492.64 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 64.41% โดยมีรายได้ของสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตสูงถึง 76.28% จากการผ่อนปรนมาตรการของภาครัฐในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19
อีกทั้งยังมีการเติบโตของรายได้จากการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตกว่า 23.45% จากการทำการตลาดและส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค
ดังนั้น TAN จึงเตรียมความพร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย TAN มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขาย จำนวนรวมไม่เกิน 77,500,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระทั้งหมดแล้ว ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ โดยมีเป้าหมายหลักของวัตถุประสงค์การใช้เงินระดมทุนในครั้งนี้เพื่อต่อยอดและสร้างโอกาสการเติบโต

