3 หุ้นเทค-สื่อสาร รับอานิสงส์บวก นโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัล กำลังจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล หลังนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยนโยบายเร่งด่วน คือ การผลักดันให้เกิดรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์  Big Data Cloud รวมศูนย์ด้านสาธารณสุข และการสนับสนุน Digital Wallet  ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นอิงเทคโนโลยี การสื่อสาร และดิจิทัล


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองต่อประเด็นข้างต้นว่า โครงสร้างนโยบายเร่งด่วนทั้งหมดถือเป็นการผลักดันระบบดิจิตอลในประเทศเร่งตัวมากขึ้น มองสร้างโอกาสงานลงทุน ICT ใหม่ๆ โดยเฉพาะงานฝั่ง Digital Tech Consult นอกจากงานภาครัฐฯ ที่เกิดขึ้นแน่นอน เชื่อว่ามีส่วนผลักดันเอกชนทั่วประเทศต้องเร่งปรับตัวตามไปด้วย บวกต่อกลุ่ม Digital Tech Consult เช่น BE8, BBIK ที่ช่วง 1-2 ปีมีการเตรียมพร้อมบริการ Digital ยุคใหม่แทบทุกด้าน จะเข้าสู่รอบ Earnings Upgrade Cycle รอบใหม่


นอกจากนี้ระบบดิจิตอลที่จะแทรกซึมไปในทุกอุตสาหกรรมในระยะกลาง-ยาว จะผลักดันการใช้ Data บนมือถือเพิ่มสูงขึ้น ผสานกับโครงสร้างการแข่งขันที่มีสัญญาณดีขึ้นเป็นลำดับ จากสมดุลในอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น มองเป็นปัจจัยหนุนให้กลับสู่รอบการเติบโตได้อีกครั้ง หลังทรงตัวมานานหลายปี


ทั้งนี้คาดว่าราคาหุ้นในกลุ่มอิงเทคโนโลยี สื่อสาร และดิจิทัล จะตอบรับทางบวกต่อเนื่องจากโครงสร้างดังกล่าว มองหุ้นเด่นน่าลงทุน คือ BE8 ราคาเป้าหมาย 74 บาท, BBIK ราคาเป้าหมาย 154 บาท และ ADVANC ราคาเป้าหมาย 264 บาท


ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานของหุ้นทั้ง 3 ตัว Wealthy Thai ได้รวบรวมมาให้แล้ว โดยเริ่มที่ BE8 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริษัทกำลังเร่งสร้างธุรกิจ AI, Data Analytic, การพัฒนา Software ของตัวเอง เพิ่มเติมจากการเป็นผู้นำด้าน Salesforces ปัจจุบันทั้งเครือ BE8 มีฐานลูกค้าเพิ่มจาก 350 ราย เป็น 500 ราย การสร้าง Synergy ระหว่างกลุ่มและการ Cross Selling ยังเป็นกลยุทธ์หลักที่ทำต่อเนื่องในปี 2566


ขณะเดียวกันบริษัทยังมีความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการรองรับนโยบายภาครัฐที่จะเน้นการทำ Digital Wallet  โดยบริการสำคัญที่ให้บริการในตลาด ได้แก่ 1. การวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน Infrastructure และ Cloud, 2. การวางระบบ Blockchain, 3. การทำ Cybersecurity, 4. การทำ Data Analytic, 5. การทำ Mobile Apps และ Back Office เพื่อเชื่อมต่อรองรับระบบ Digital และ 5. การทำ Smart Contract Auditor


ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าปี 2566 บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% จากปีก่อน ในเชิงกลยุทธ์แนะนำให้ทยอยสะสม ราคาเหมาะสมที่ 55.25 บาท โดยมองแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2566 คาดเติบโตเด่นจากช่วงเดียวกันปีก่อนและมีลุ้น Catalyst สำคัญต่อราคาหุ้น ได้แก่ การเติบโตแบบ Inorganic ในต่างประเทศในช่วงปลายปีนี้ และการชนะงานขนาดใหญ่จากการลงทุนรอบใหม่ของภาครัฐ


ถัดมา BBIK นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มครึ่งหลังปี 2566 ยังดีต่อเนื่อง แม้ Backlog ล่าสุดอยู่ที่ 789 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ตามภาพอุตสาหกรรมที่ลูกค้าชะลอการลงทุนไปบ้าง แต่สัญญาณการประมูลเริ่มกลับมาดีอีกครั้งตั้งแต่เดือนก.ค. 66 (และมี pent-up demand) ทำให้คาดว่าไตรมาส 3/66 จะเป็นไตรมาสที่เห็น Backlog เข้ามาเติมอย่างมีนัยสำคัญ


รวมถึงการขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศเริ่มมีนัยสำคัญ มองกำไรไตรมาส 3/66 ยังทำ new high ต่อจากการเข้าสู่ช่วงhigh season ของธุรกิจในครึ่งปีหลัง และมีส่งมอบโครงการใหญ่ของ OR (รวมถึง Backlog จาก JV โดยเฉพาะออร์บิทที่เข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 190 ล้านบาท)โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 156 บาท และมองเป็นหุ้น growth ที่น่าสนใจ เติบโตเด่น คาดกำไรปี 2566 ที่ 266 ล้านบาท โต 109% จากปีก่อน และปี 2567 โตสูงต่อเนื่อง 55%


และสุดท้าย ADVANC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การแข่งขันในตลาดมือถือในไตรมาส 3/66 ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาด Prepaid ที่ ADVANC ลด Data offering ขั้นเริ่มต้นจาก 30GB ลงเหลือ 15GB นอกจากนี้มีการลด Speed เมื่อใช้งานครบจำนวนแล้วจาก 384 Kpbs เป็น 64 Kpbs การปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องจะหนุนให้ ARPU ปรับขึ้นต่อ


ขณะที่ตลาด Postpaid ได้ผลบวกของการทยอยครบอายุของ Unlimited Package ขณะที่กำลังซื้อในตลาดคาดฟื้นตัวต่อเนื่องจากนโยบายภาครัฐ คือ การฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนหนุน Tourism SIM และการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเงินดิจิทัล 10,000 บาท หนุนกำลังซื้อในต่างจังหวัด


ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2566 ขึ้น 4% เป็น 28,925 ล้านบาท โต 11% และปี 2567 ขึ้น 10% เป็น 32,855 ล้านบาท จาก 1. ปรับสมมติฐานผลประกอบการจาก TTTBB ในปี 2567 และ 2. ปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายการตลาดในปี 2567 โดยฝ่ายวิเคราะห์ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมสิ้นปีหน้าเพื่อให้สะท้อนผลบวกของดีล TTTBB เต็มปี ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 255 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ขณะที่การพักตัวของราคาหุ้นประเมินเป็นโอกาสในการสะสมรอบใหม่


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us