“ธนจิรา รีเทลฯ” หรือ TAN เตรียมขายไอพีโอ 77.5 ล้านหุ้น คาดเข้าเทรด SET ไตรมาส 4/66

“ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น” หรือ TAN เผยอยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. คาดเสนอขายหุ้นไอพีโอ และเข้าจดทะเบียนใน SET ประมาณไตรมาส 4/66 หวังนำเงินระดมทุนขยายสาขา-ชำระคืนหนี้  ลุ้นครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีแรก รับไฮซีซั่น- ฟรีวีซ่า หนุนกำลังซื้อขยายตัว


นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักมรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 77.5 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 25.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO


โดยคาดว่าจะได้รับการอนุมัติไฟลิ่งเร็วๆ นี้ และสามารถเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 4/66


ขณะที่วัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจ ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน และใช้ชำระคืนภาระหนี้อื่นที่กลุ่มบริษัทอาจมีขึ้นในอนาคต รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการ


ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น เครื่องประดับระดับพรีเมียมราคาเข้าถึงได้จากแบรนด์ Pandora, กระเป๋าและเครื่องแต่งกายระดับพรีเมียมแบรนด์ Marimekko, กระเป๋าพรีเมียมในราคาที่สามารถเข้าถึงได้แบรนด์ Cath Kidston, ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม


รวมถึงบริการสปาระดับลักซ์ชัวรี อัปเปอร์สเกลหรือบูทีค ลักซ์ชัวรีและไลฟ์สไตล์ และระดับพรีเมี่ยม จากแบรนด์กลุ่ม HARNN โดยบริษัทได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ระดับโลกในการนำผลิตภัณฑ์มาจัดจำหน่ายในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Bring The Best of The Brand to The Best of Thailand” กระทั่งประสบความสำเร็จในการสร้างความนิยมให้แบรนด์อย่างมากในประเทศไทย และกำลังมุ่งสู่การเติบโตในระดับภูมิภาค


สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทคาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,288.41 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกบริษัทมีการเติบโตแล้ว 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนทิศทางครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากการเติบโตของทุกแบรนด์สินค้า รับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ขยายตัว โดยเฉพาะไตรมาส 4/66 ซึ่งช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ รวมถึงคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและและคาซัคสถานของรัฐบาล ช่วยหนุนผลประกอบการให้แบรนด์ที่ตั้งอยู่ในคิงเพาเวอร์ฟื้นตัว


ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจากแบรนด์ Pandora ประมาณ 50% แบรนด์ Marimekko สัดส่วนรายได้ราว 16-17% แบรนด์ Cath Kidston สัดส่วนรายได้ราว 13% และส่วนที่เหลือเป็นสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ HARNN ต่อรายได้รวม


ส่วนแผนการขยายการลงทุน บริษัทยังมีแผนขยายสาขาต่อเนื่องในปี 2567 โดยในประเทศจะขยายสาขาใหม่สอดคล้องไปกับการเปิดตัวศูนย์การค้าใหม่ ขณะที่ต่างประเทศจะเน้นประเทศที่บริษัทมีการดำเนินการอยู่แล้ว เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม และสิงคโปร์ รวมถึงการขยายไปยังประเทศใหม่อย่าง ซาอุดิอาราเบีย โดยสิ้นเดือนมิ.ย. 66 มีสาขารวมกว่า 120 สาขา


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนนำแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายเพิ่มเติมในปี 2567 อย่างน้อย 1 แบรนด์ โดยจะเป็นแบรนด์สินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศ ซึ่งบริษัทมีหลักในการคัดเลือกแบรนด์ คือ ต้องมี Identity ที่ตรงกับบริษัท มีความเป็นไลฟ์สไตล์แฟชั่น และสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 18 ชั่วโมง
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us